ReadyPlanet.com


คนพิการ - สาระน่าชวนรู้....


สาระน่ารู้เกี่ยวกับ " เจ้าบ้าน "

หลายคนคงสงสัยกันว่า "เจ้าบ้าน" คือใคร และจำเป็นต้องมีเจ้าบ้านหรือไม่ในบ้านแต่ละหลัง ในครั้งนี้จึงขอนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับ "เจ้าบ้าน" รวมไปถึงกรณีตัวอย่างเกี่ยวกับหน้าที่ของ "เจ้าบ้าน" มาให้ได้ทราบกัน

ตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร ได้ให้ความหมายของคำว่า "เจ้าบ้าน" ไว้ว่า "เจ้าบ้าน" คือผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครองบ้าน ในฐานะเจ้าของ ผู้เช่า หรือในฐานะอื่นก็ตาม โดยในกรณีที่ไม่ปรากฏเจ้าบ้านหรือเจ้าบ้านไม่อยู่ ตาย สาบสูญ หรือไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ ให้ถือว่าผู้ดูแล หรือผู้อยู่ในบ้านในขณะนั้นเป็นเจ้าบ้านด้วย และจากความหมายของคำว่าเจ้าบ้านดังกล่าวข้างต้น จึงมีประเด็นแยกพิจารณาได้ ดังนี้

1.
เรื่องของการครอบครองบ้าน กฎหมายให้ความหมายว่า เจ้าบ้านจะต้องเป็นหัวหน้าครอบครองบ้าน แต่ในการครอบครองบ้านนั้นอาจจะครอบครองได้ในหลายฐานะกล่าวคือ

-
ครอบครองในฐานะเจ้าของ หมายถึง การเป็นเจ้าของบ้าน คือ ผู้ใดเป็นเจ้าของบ้านผู้นั้นก็อยู่ในฐานะของการเป็นเจ้าบ้านด้วย

-
ครอบครองในฐานะผู้เช่า หมายถึง การที่เจ้าของบ้านให้บุคคลอื่นเช่าบ้านของตนในลักษณะนี้ผู้เช่าก็อยู่ในฐานะของการเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งในกรณีนี้เจ้าของบ้านที่แท้จริงข้างต้น ก็จะพ้นจากการเป็นเจ้าบ้าน

-
ครอบครองในฐานะอื่นๆ หมายถึง การครอบครองโดยมิใช่ในฐานะเจ้าของหรือในฐานะผู้เช่า เช่น การครอบครองในฐานะผู้บังคับบัญชาหน่วยงานราชการ ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหรือผู้บัญชาการเรือนจำ เป็นต้น

2.
เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าของบ้าน โดยที่กฎหมายกำหนดให้บ้านแต่ละหลังจะต้องมีเจ้าบ้านอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะต้องทำหน้าที่ในการแจ้งเกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎร เช่น การแจ้งการเกิด การแจ้งการตาย การแจ้งการย้ายที่อยู่ หรือการแจ้งรายการเกี่ยวกับบ้าน เป็นต้น ดังนั้น ถ้าบ้านใดไม่ปรากฏเจ้าบ้าน เจ้าบ้านไม่อยู่ เจ้าบ้านตาย เจ้าบ้านสาบสูญ หรือเจ้าบ้านไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ ให้ถือว่าผู้ดูแลหรือผู้อยู่ในบ้านในขณะนั้น เป็นเจ้าของบ้าน (ผู้อยู่ในบ้าน หมายความว่า คนที่อยู่ประจำในบ้านนั้น)

จะเห็นได้ว่า เจ้าบ้านจะเป็นใครนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครอบครองบ้านในขณะนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ปรากฏชื่อในทะเบียนบ้านและระบุสถานภาพว่าเป็นเจ้าของบ้านเพียงคนเดียว โดยวิธีปฏิบัติแล้วเจ้าหน้าที่จะบันทึกปากคำเป็นหลักฐานไว้ว่าในขณะนั้น ใครทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน บุคคลนั้นก็จะมีฐานะเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งหากปรากฏภายหลังว่าเป็นการให้ถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวเป็นเท็จก็จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อไป

 

www.waddeeja.com

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ



ผู้ตั้งกระทู้ พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ :: วันที่ลงประกาศ 2007-11-24 13:55:34 IP : 124.121.142.27


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1277858)

คนพิการ - คนใช้รถกระอัก ‘โทลล์เวย์’ขึ้นราคา

 

นายสมบัติ พานิชชีวะ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือโทลล์เวย์ เปิดเผยว่า

 

ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 21 ธ.ค. 2550 เป็นต้นไป

บริษัทจะปรับเพิ่มอัตราค่าผ่านทางใหม่

 

โดยช่วงดินแดง-ดอนเมือง รถยนต์ 4 ล้อ เก็บเพิ่มเป็น 35 บาท จากเดิมเก็บ 20 บาท รถบรรทุกเกิน 6 ล้อ เก็บ 65 บาท จากเดิม 50 บาท

 

ช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน รถยนต์ 4 ล้อเก็บเพิ่มเป็น 20 บาท จากเดิมเก็บ 10 บาท ส่วนรถบรรทุกเกิน 6 ล้อ ขึ้นไป เก็บเพิ่มจากเดิม 20 บาท เป็น 30 บาท

 

การปรับครั้งล่าสุดนี้จะทำให้ผู้ใช้รถยนต์ 4 ล้อ ที่ใช้เส้นทางตลอดสาย เดิมเคยเสีย 30 บาท จะเสียเพิ่มเป็น 55 บาทตลอดสาย

 

ส่วนรถบรรทุกเกิน 6 ล้อ เดิมเคยเสีย 70 บาทตลอดสาย จะเสียเพิ่มเป็น 95 บาท

 

 ซึ่งการปรับค่าผ่านทางครั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงที่บริษัททำไว้กับกรมทางหลวง โดยบริษัทจะใช้อัตราใหม่เป็นระยะเวลา 3 ปี ถึงวันที่ 22 ธ.ค. 2553 ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการปรับค่าผ่านทาง ใหม่อีก
  
พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

www.waddeeja.com

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย วันที่ตอบ 2007-11-25 10:11:28 IP : 124.121.142.214


ความคิดเห็นที่ 2 (1279496)

สีมงคลของแต่ละวัน

 

          เกร็ดความรู้ คนทุกคนนั้นมี สีมงคล ที่เหมาะแก่ตัวเองอยู่ ดังนั้นการเลือก สีมงคล มาใช้กับเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ตามความเชื่อทาง โหราศาสตร์ นั้นจะช่วยส่งเสริมตัวผู้ใส่

          การเลือกสีเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ สร้างความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ไม่มากก็น้อย สีเป็นสัญลักษณ์ประจำวันมาตั้งแต่โบราณ มีการนำหลักเกณฑ์มหาทักษาที่ใช้ในการตั้งชื่อมาผสมผสานในการเลือกสีเสื้อผ้า สำหรับเลือกใช้ในโอกาสต่างๆ


         สีที่เป็นบริวาร ใช้ในโอกาสคล้ายวันเกิดตนเอง ไปเยี่ยมมิตรสหาย เยี่ยมญาติบ้านใกล้เรือนเคียง

         สีที่เป็นอายุ ใช้ในโอกาสไปโรงพยาบาล ไปเยี่ยมคนป่วย

         สีที่เป็นเดช ใช้ในโอกาสไปรับตำแหน่งใหม่ ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการใหม่ ไปสู่ขอ หรือแข่งขันกีฬา

         สีที่เป็นศรี ใช้ในโอกาสไปวัด ไปทำบุญ ไปเยี่ยมญาติต่างประเทศต่างจังหวัด

         สีที่เป็นมูละ ใช้ในโอกาสวันครบรอบวันแต่งงาน ไปติดต่อธุรกิจการเงิน ทรัพย์สิน ไปทวงหนี้สิน

         สีที่เป็นอุตสาหะ ใช้ในโอกาสไปรายงานตัวทำงานใหม่ ไปถิ่นทุรกันดาร ไปป่า

         สีที่เป็นมนตรี ใช้ในโอกาสไปเข้าพบผู้ใหญ่ พบผู้มีบุญญาบารมี พบผู้มีพระคุณ ไปพบบุพการี

         สีที่เป็นกาลกิณีี ไม่ควรใช้ในทุกโอกาส

          แต่ละสีต้องเลือกใช้ตามวันเกิดและราศีเกิดของแต่ละคน จึงจะบอกได้ว่าแต่ละสีมีความหมายในทางใด

         ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ สีประจำวันคือสีแดง แต่สำหรับสีที่ให้โชคลาภ คือ "สีเขียว" มีคนรักคนชอบ รวมไปถึงสีชมพูใส่แล้วจะทำให้คนเกรงขาม สีที่เป็นกาลกิณี คือสีน้ำเงิน ฟ้า

         ผู้ที่เกิดวันจันทร์ สีประจำวันคือสีเหลือง สีที่จะให้โชคลาภ คือ "สีม่วง" ในเช้าวันจันทร์ควรใส่เสื้อผ้าสีขาว-ม่วง ผสมกัน ส่วนสีเขียวจะเป็นสีแห่งเกียรติยศ สังเกตได้จากทหารและข้าราชการจะใส่สีเขียวและสีเหลือง สีที่เป็นกาลกิณีคือสีแดง

         ผู้ที่เกิดวันอังคาร สีประจำวันคือสีชมพู สีมงคลที่ส่งเสริมในเรื่องโชคลาภและส่งเสริมให้มีคนรัก เสริมเสน่ห์มากขึ้น คือ สีส้ม สีทอง สีอิฐ สีโอลด์โรส สีที่ส่งเสริมด้านเกียรติยศคือสีม่วง สีที่เป็นกาลกิณี คือ สีเหลือง สีขาว

         ผู้ที่เกิดวันพุธ สีประจำวันคือสีเขียว สีมงคลที่ส่งเสริมโชคลาภ คือ สีเขียว สีน้ำเงินเข้ม สีดำ สีเทา สีน้ำตาล สีที่ใส่แล้วจะส่งเสริมเกียรติยศมีคนเกรงขามคือสีส้มอิฐ สีที่เป็นกาลกิณี คือสีชมพู

         ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี สีประจำวันคือสีแสด สีที่ใส่แล้วเป็นสิริมงคลคือ สีแดง ตั้งแต่แดงสดไปถึงแดงอ่อน สีที่ส่งเสริมเกียรติยศและมีผู้คนเกรงขาม คือสีฟ้าและสีน้ำเงิน สีที่เป็นกาลกิณี คือสีม่วง

         ผู้ที่เกิดวันศุกร์ สีประจำวันคือสีฟ้า สีที่เป็นสิริมงคล คือ สีชมพู ใส่แล้วจะมีโชคลาภ และถ้าใส่สีเหลือง สีขาว จะส่งเสริมให้มีคนรักคนชอบ สีที่เป็นกาลกิณี คือสีดำและสีเข้มๆ อย่าง น้ำเงินเข้ม

         ผู้ที่เกิดวันเสาร์ สีประจำวันคือสีม่วง สีที่เป็นมงคล คือ สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน สีแห่งอำนาจและเกียรติยศ คือ สีดำ สีเทาแก่ สีควันบุหรี่ สีที่เป็นกาลกิณี คือสีเขียว

          คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ฮวงจุ้ยและหมอดูไพ่ยิปซี กล่าวว่า การเลือกสีเสื้อผ้าให้หาสีประจำวันใส่คู่กับสีมงคล อาจเลือกใส่แบบท่อนบนสีหนึ่ง ส่วนท่อนล่างอีกสีหนึ่งก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกใส่แต่สีล้วนเพียงแบบเดียว หรือถ้าไม่สามารถหาเสื้อผ้าตามสีได้จริงๆ ก็อาจเลือกใส่ชุดชั้นในตามสีมงคลก็ได้

 

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

www.waddeeja.com

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย วันที่ตอบ 2007-11-26 10:52:38 IP : 124.121.137.174


ความคิดเห็นที่ 3 (1306235)

คมนาคมวางแผนรับมือวันหยุดปีใหม่

นายสุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมสรุปแผนอำนวยความสะดวก มั่นคง และปลอดภัย เพื่อการรองรับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2551 ว่า ในระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 2550 - 3 ม.ค.2551 นี้ กระทรวงคมนาคมได้ประสานงานกับ 16 หน่วยงาน ร่วมกันจัดทำกรอบและแนวทาง การปฏิบัติงาน โดยมีเป้าหมายป้องกันและลดอุบัติเหตุ ทางถนน จำนวนผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ให้ลดลงจากปี 2550 ไม่น้อยกว่า 10% จากประมาณการจำนวนอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมทั้งสิ้นประมาณ 9,114 คน พร้อมทั้งให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทขอความร่วมมือผู้รับเหมาหยุดการก่อสร้างและคืนผิวจราจรและติดตั้งป้ายแนะนำทาง และให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเส้นทางสายหลักที่มีจุดเสี่ยงหรือจุดอันตราย พิจารณาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุปี 2549 และ ปี 2550 แก้ไขปรับปรุง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก

โดยกรมทางหลวงจะยกเว้นค่าธรรมเนียมทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9 (มอเตอร์เวย์สายกรุงเทพ - ชลบุรี และวงแหวนรอบนอกและตะวันออกบางนา – บางปะอิน) ตั้งแต่เวลา 16.00น. ของวันที่ 27 ธ.ค.50 -24.00น. วันที่ 3 ม.ค.51 ส่วนบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จะมีการเพิ่มเที่ยวรถโดยคาดว่าจะมีผู้เดินทางประมาณ 975,360 คน ส่วน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) จัดขบวนรถเพิ่ม 19 ขบวน (ไป 9 กลับ 10 ขบวน) รองรับการเดินทางได้เฉลี่ยวันละ 117,050 คน

ส่วนการบินไทย เพิ่มเที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ และกรุงเทพ-ภูเก็ต ไป-กลับเพิ่ม 9,056 ที่นั่ง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เพิ่มเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอกับช่องเก็บเงินทุกช่อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.จะต้องจัดเจ้าหน้าที่และประสานงานตำรวจเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรภายในอาคารและลานจอดรถ

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กล่าวว่า คาดว่าช่วงเทศกาล จะมีผู้โดยสารมีกล่องของขวัญติดตัวดังนั้นจำเป็นต้องขอความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม ซึ่งปกติ ได้มีการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารก่อนใช้บริการอยู่แล้ว

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

http://www.apdi2002.com

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย วันที่ตอบ 2007-12-08 14:49:18 IP : 124.121.141.117


ความคิดเห็นที่ 4 (1323784)

เพิ่มค่าลดหย่อนคนเลี้ยงดูคนพิการหัวละ ๓ หมื่นบาท
17
ธันวาคม 2550

แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยถึงการจัดทำมาตรการแพ็กเกจภาษีเพื่อสังคม ว่า มาตรการที่สำคัญที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ ๑๘ ธ.ค.๕๐ ได้แก่ การเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีให้แก่ผู้เลี้ยงดูคนพิการ โดยกำหนดรายการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม สำหรับบุคคลธรรมดาที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูคนพิการคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งคนพิการต้องเป็นผู้ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ และต้องเป็นไปตามประกาศที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้กำหนด

โดยปัจจุบันมีผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประชาสงเคราะห์มากถึง ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเชื่อว่าหากทุกคนช่วยกันดูแลคนพิการจะช่วยยกระดับของสังคมไทยให้ดีขึ้นได้ แม้ว่าในส่วนนี้กรมสรรพากรจะสูญเสียรายได้กว่า ๕๐๐ ล้านบาทก็ตาม นอกจากนี้ ยังเสนอให้ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้กรมสรรพากรจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลองค์กรสาธารณกุศลเป็นการเฉพาะ เช่นเดียวกับที่สหรัฐดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้องค์กรสาธารณกุศลเหล่านี้ใช้สิทธิทางภาษีได้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ได้เป็นการตั้งองค์กรขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี หรือใช้องค์กรเป็นตัวบังหน้าเพื่อดำเนินการอย่างอื่น หลังจากที่พบว่าในปัจจุบันมีการจัดตั้งมูลนิธิหรือสมาคมกันมากกว่า ๒๐๐-๓๐๐ แห่ง แต่ไม่ได้มีการดูแลตรวจสอบบัญชีให้ชัดเจนว่ามูลนิธิหรือสมาคมที่จัดตั้งขึ้นได้นำรายได้ที่ได้รับเพื่อการบริจาคไปให้กับสังคมอย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และอาจกลายเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงภาษี

กรมฯ ยังได้เสนอยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ๓.๓% เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรสาธารณกุศล และยังมีมาตรการอื่นอีกหลายมาตรการ ซึ่งถือว่าเป็นแพ็กเกจใหญ่ ทั้งที่ดำเนินการได้ทันทีหลัง ครม.เห็นชอบ หรือบางมาตรการต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดำเนินการต่อ

(ไทยโพสต์ออนไลน์ ๑๗ ธค. ๒๕๕๐ )

www.waddeeja.com

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย วันที่ตอบ 2007-12-17 15:10:51 IP : 124.121.138.118


ความคิดเห็นที่ 5 (1327112)

พบใช้มือถือบ่อยเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งช่องปาก

 

การใช้โทรศัพท์มือถือบ่อยๆ นาน 5 ปีอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งในช่องปากถึง 50%

 

        เดลิเมล์ – พบผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีความเสี่ยงมะเร็งในช่องปากเพิ่ม โดยหากใช้บ่อยๆ ต่อเนื่อง 5 ปี โอกาสเกิดเนื้องอกจะเพิ่มขึ้นถึง 50%
       
        ผลการวิจัยนี้กระตุ้นความกังวลว่า อุปกรณ์สื่อสารแห่งยุคสมัยอาจรบกวนการทำงานในร่างกายในรูปแบบที่นักวิจัยยังไม่อาจเข้าใจได้
       
        การวิจัยก่อนหน้านี้ที่มุ่งประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างโทรศัพท์มือถือกับมะเร็ง ให้ผลลัพธ์ที่ขัดแย้งกัน โดยส่วนใหญ่ไม่พบหลักฐานว่าอุปกรณ์นี้ก่อความเสี่ยงรุนแรงต่อสุขภาพของผู้ใช้
       
        กระนั้น ในการวิจัยขนาดเล็กที่เพิ่งตีพิมพ์ลงในวารสารอเมริกัน เจอร์นัล ออฟ เอพิเดมิโอโลจี กลับพบความเชื่อมโยงระหว่างมะเร็งในสมองและหู
       
        นักวิจัยอิสราเอลได้ศึกษาวิถีชีวิตของผู้ป่วยที่มีเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็งในช่องปาก 402 คน และผู้ป่วยมะเร็งในช่องปาก 56 คนมาเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม 1,266 คน
       
        สิ่งที่พบคือ พวกที่ใช้โทรศัพท์มือถือบ่อยที่สุดมีโอกาสมากขึ้นที่จะเป็นเนื้องอกที่ต่อมน้ำลายหน้าหูด้านที่ต้องแนบกับโทรศัพท์เป็นประจำ
       
        ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือนอกเมือง ซึ่งทำให้อุปกรณ์ต้องพยายามค้นหาสัญญาณจากสถานีฐานที่ใกล้ที่สุดมีความเสี่ยงต่อมะเร็งชนิดนี้มากขึ้นเช่นเดียวกัน
       
        ทั้งนี้ การศึกษาส่วนใหญ่มุ่งเน้นที่สนามแม่เหล็กที่เกิดจากสัญญาณโทรศัพท์ โดยเชื่อว่าระดับของสนามแม่เหล็กเบาบางเกินกว่าจะทำให้เกิดความร้อนต่อเนื้อเยื่อได้ อย่างไรก็ดี นักวิจัยคิดว่า สนามแม่เหล็กอาจขัดขวางการเชื่อมต่อทางเคมีระหว่างเซลล์ หรือทำอันตรายต่อดีเอ็นเอของผู้ใช้
       
        ดร.ซีกัล ซาเดสกี้ จากศูนย์การแพทย์เคม ชีบาในเทลฮาโชเมอร์ อิสราเอล กล่าวว่ามาตรการป้องกันของคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์ที่รัฐบาลในหลายประเทศนำไปใช้ ควรดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนยิ่งขึ้นว่าโทรศัพท์มือถือปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างแท้จริง
       
        อนึ่ง การศึกษาในประเด็นคล้ายกันเมื่อปีที่แล้ว และตีพิมพ์ในวารสารฉบับเดียวกัน โดยเป็นการศึกษาผู้ป่วยมะเร็งในช่องปากในเดนมาร์กและสวีเดน ไม่พบว่ามีความเสี่ยงต่อโรคชนิดนี้เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ
       
        อย่างไรก็ตาม กลุ่มต่อต้านการใช้อุปกรณ์สื่อสารไฮเทคมองว่าผลวิจัยล่าสุดจากอิสราเอลตอกย้ำว่า โทรศัพท์มือถือมีผลทางชีววิทยาต่อผู้ใช้
       
        นอกจากนั้น ในรายงานการศึกษาระยะเวลา 6 ปี ที่ได้ทุนสนับสนุนจากทางการลอนดอน ยังพบ ‘สัญญาณ’ ของความเสี่ยงมะเร็งที่เพิ่มขึ้น และแนะนำว่าไม่ควรสรุปลงไปว่าโทรศัพท์มือถือปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างแท้จริง

 

www.waddeeja.com

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย วันที่ตอบ 2007-12-18 17:42:41 IP : 124.121.140.73


ความคิดเห็นที่ 6 (1348646)

ครม. เห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ

 

Dated: 27 Dec 2007
     เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้เห็นชอบยุทธศาสตร์แผนพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ เป็นแผนดำเนินการ ๕ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐-๒๕๕๔ ซึ่งรองรับการบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาสำหรับคนพิการที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว โดยมีสาระสำคัญว่า จากการสำรวจพบว่าคนพิการที่ยังเข้าไม่ถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ปี มีอยู่ประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ คน ดังนั้น แผนดังกล่าวจึงเป็นแนวทางว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้นกับคนพิการ ซึ่งควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกับคนปกติทั่วไป อาทิ การจัดโรงเรียนเรียนร่วม จัดสถานศึกษาเฉพาะสำหรับคนพิการ รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาให้มีการวิจัยถึงแนวทางการให้การศึกษาแก่คนพิการ เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะสื่อและเทคโนโลยีที่จะต้องเอื้อกับนักเรียนพิการในแต่ละประเภท อาทิ ตาบอด หูหนวก พิการทาง ตามแผนพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการระยะ ๕ ปี จะต้องใช้งบประมาณกว่า ๒ หมื่นล้านบาท โดยที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถจะจัดสรรงบประมาณตามกำลังและความจำเป็นได้ ( มติชนออนไลน์ ๒๖ ธ.ค. ๒๕๕๐ )

www.waddeeja.com

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2007-12-30 23:19:20 IP : 124.121.138.22


ความคิดเห็นที่ 7 (1352586)

สารอาหาร 5 อย่าง ลดความเสี่ยง "มะเร็ง"

เปิดปีใหม่มา "108 เคล็ดกิน" ก็ขอเริ่มเรื่องสุขภาพกันก่อนด้วยเรื่องราวของโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนมากเป็นอันดับสามรองจากโรคหัวใจและอุบัติเหตุ
       
       ว่ากันว่าสาเหตุของโรคมะเร็งนั้นก็ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ก็เชื่อว่าเกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น สารเคมี จุลินทรีย์ต่างๆ และสาเหตุภายในจากร่างกาย เช่น กรรมพันธุ์ผิดปกติ ฮอร์โมนไม่สมดุล การระคายเคือง และภาวะโภชนาการ ดังนั้น "108 เคล็ดกิน" จึงอยากจะมาแนะนำสารอาหารที่ช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง 5 กลุ่มด้วยกัน ที่ทางกองโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข เขาบอกมา นั่นก็คือ
       
       "เบต้า-แคโรทีน" พบในผักผลไม้สีเขียวหรือเหลืองเข้ม เช่น มะม่วง ผักขม แครอท บรอคโคลี่ มะเขือเทศ "วิตามินซี" พบในผลไม้ต่างๆ เช่น สตรอเบอรี่ ส้ม แอปเปิล "ซิลิเนียม" พบในจมูกข้าว รำข้าว ปลาทูน่า หัวหอม กระเทียมและเห็ด "ใยอาหาร" พบในผักผลไม้และเมล็ดธัญพืชต่างๆ "คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน" พบในธัญพืชและถั่วต่างๆ
       
       อีกทั้งไม่ควรกินอาหารที่ขึ้นรา ลดอาหารประเภทไขมันสูงๆ อาหารดองเค็ม ปิ้งย่างรมควัน อาหารที่ถนอมด้วยเกลือไนเตรท-ไนไตรท์ อาหารสุกๆ ดิบๆ ก็ควรงด เหล้าและบุหรี่ก็ควรเลิกไปเลย รวมไปถึงอย่าตากแดดจัดด้วยเพราะจะเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง
       
       ช่วงปีใหม่นี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ดังนั้นใครที่ยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่เสี่ยงต่อโรคมะเร็งก็ควรจะถือเอาช่วงเวลานี้เปลี่ยนเเปลงตัวเองเสียเลย สุขภาพที่ดีจะได้อยู่กับเราไปนานๆ

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

www.waddeeja.com

www.youtube.com   พิมพ์     apdi. หรือ  สมาคมคนพิการ

ม.ค.0005

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-03 07:53:47 IP : 124.121.137.55


ความคิดเห็นที่ 8 (1367834)

8  เกร็ดความรู้ เรื่องพิธี"พระศพ"

หมายเหตุ : นายธงทอง จันทรางศุ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับพิธีพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนคำถามสุดท้าย นายชัชพล ชัยพร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ให้ข้อมูล

1.สางพระเกศาขึ้น-ลง 1 ครั้ง แล้วหักพระสางทิ้ง

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สางพระเกศาพระศพขึ้น 1 ครั้ง ลง 1 ครั้ง แล้วหักพระสางวางไว้ในพาน แสดงถึงว่าเป็นการสาง (หวี) พระเกศาครั้งสุดท้าย สางพอเป็นสัญลักษณ์พอเป็นพิธี เพื่อแสดงว่าไม่ต้องการความสวยงามใดๆ อีกแล้ว เป็นเครื่องหมายว่าหมดประโยชน์ ไม่มีความจำเป็นต้องแต่งกายใดๆ อีกแล้ว และเมื่อหักสางทิ้งไปแล้ว ก็จะเอาไปไว้ที่ไหนก็ได้ ซึ่งเหมือนกับประเพณีของประชาชนด้วย ที่แสดงว่าจะไม่ได้ใช้สางนั้นอีกต่อไปแล้วจึงต้องหักทิ้งไป

2.เศวตฉัตรประกอบพิธีพระศพ

เศวตฉัตรประกอบพิธีพระศพนั้นจะแตกต่างกันไป ตามพระอิสริยยศที่แตกต่างกัน

ฉัตร 9 ชั้น : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ฉัตร 7 ชั้น : สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระบรมราชกุมารี

ฉัตร 5 ชั้น : สมเด็จเจ้าฟ้า ในส่วนพิธีพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นั้นจะเรียกว่า "เบญจปฎลเศวตฉัตร" หมายถึงฉัตรขาวที่มีเพดาน 5 ชั้น

ขั้นตอนเมื่อเชิญพระศพมายังพระบรมมหาราชวังแล้ว จะเชิญพระศพไปประดิษฐานที่พระที่นั่งพิมานรัตยา ซึ่งอยู่ด้านหลังทางทิศใต้ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งพระที่นั่งองค์นี้จะเป็นวิมานที่บรรทมของพระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระอัครมเหสี และเจ้านายฝ่ายในชั้นสูง แต่ในระยะหลังจะใช้เป็นที่ประดิษฐานพระศพ ในการสรงน้ำพระศพ เมื่อสรงน้ำพระศพที่พระที่นั่งพิมานรัตยาแล้วจึงจะอัญเชิญพระศพไปประดิษฐานที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท การประดิษฐานพระศพตามราชประเพณีอยู่ทางมุขด้านตะวันตก พระโกศสำหรับสมเด็จเจ้าฟ้าจะใช้พระโกศทองใหญ่ และใช้เครื่องสูงทองแผ่ลวด มุขด้านใต้จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร (พระประจำวันเกิด) ซึ่งพระพุทธประจำพระชนมวารของสมเด็จพระพี่นางเธอฯ คือ พระพุทธรูปปางถวายเนตร ซึ่งเป็นปางประจำวันเกิดวันอาทิตย์

งานหลังจากนี้ต่อไปจนถึง 100 วัน จะเป็นการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระพิธีธรรมจะเป็นงานที่ใช้เฉพาะงานหลวง จะสวดทั้งวันทั้งคืน มีการย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง มีปี่ กลอง ประโคม ด้วยทำนองที่เศร้าสร้อย

3.ประโคมย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง

การสวดพระพิธีธรรมพระอภิธรรม จะมีการประโคมย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง มีปี่ กลอง ประโคม ด้วยทำนองที่เศร้าสร้อย ตั้งแต่ 06.00 น. 09.00 น. 12.00 น. ไปจนถึง 24.00 น. เพื่อบอกเวลาว่าครบ 3 ชั่วโมง ก็จะประโคมขึ้นหนึ่งครั้ง ส่วนการสวดพระอภิธรรมจะสวดทั้งวันทั้งคืน แต่จะมีเวลาพักเว้นระยะเป็นช่วงๆ อาจจะหยุดพักสัก 10-15 นาที ซึ่งจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเจ้านายชั้นสูงขึ้นไป โดยหลักคิดก็จะไม่แตกต่างกับการจัดงานศพของประชาชนทั่วไปตามหลักพระพุทธศาสนา แต่อาจจะเพิ่มรายละเอียด ปริมาณและคุณภาพเข้ามา ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าภาพที่จะจัดงาน

นอกจากนี้จะมีการบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน พิธีกรรมก็จะเหมือนกัน นั่นคือ มีการสวดมนต์ แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ สดับปกรณ์ (บังสุกุล)

4.สมเด็จพระพี่นางเธอฯ อยู่ในลำดับพระอิสริยยศชั้น "เจ้าฟ้า"

ภาษาที่ใช้เรียกในการประกอบพิธีพระบรมศพ พระศพ จะแตกต่างกันตามพระอิสริยยศ โดยสมเด็จเจ้าฟ้า จะเรียกว่า พระศพ ส่วนพระยศที่สูงกว่า ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระบรมราชกุมารี จะเรียกว่า "พระบรมศพ" ส่วนพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ ตามราชประเพณีจะสร้างพระเมรุในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนมีนาคม เมษายน ทั้งนี้แล้วแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

5.การแต่งฉลองพระองค์ไว้ทุกข์

การแต่งกายของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ สำหรับการไว้ทุกข์มี 2 แบบ ฉลองพระองค์เต็มยศ และฉลองพระองค์แบบสากล แบบแรกฉลองพระองค์ไว้ทุกข์ด้วยเครื่องแบบเต็มยศ สายสะพายจักรี ติดแขนทุกข์ใต้พระกรซ้าย และจะฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศสายสะพายจักรี ในการบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 50 วัน 100 วัน และวันออกพระเมรุ ส่วนแบบสากลฉลองพระองค์สูทสีดำ ติดแขนทุกข์ใต้พระกรซ้าย

สำหรับข้าราชการ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็แต่งกายไว้ทุกข์ตามราชประเพณีตามแต่จะมีหมายกำหนดการกำหนดแจ้งไว้ ส่วนประชาชนก็แต่งกายไว้ทุกข์แบบสุภาพตามประเพณีที่ปฏิบัติ

6.ขบวนรถอัญเชิญพระศพเป็นแบบเรียบง่ายโดยรถโรงพยาบาล

ขบวนรถจะจัดอย่างไรก็ได้ไม่มีระเบียบแบบแผน และจะเป็นแบบเรียบง่ายที่ปฏิบัติกันมาในอดีตก็จะอัญเชิญโดยรถโรงพยาบาลเหมือนกันทุกพระองค์

7.การปฏิบัติตนไว้ทุกข์ของประชาชน

การปฏิบัติตนของประชาชนในการเข้าไปถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไปนั้น เบื้องต้นประชาชนควรแต่งกายไว้ทุกข์ตามประเพณีใส่เสื้อผ้าสีดำหรือสีขาว การกราบพระศพจะกราบครั้งเดียวไม่แบมือ สุภาพสตรีควรนุ่งกระโปรง เพราะตามธรรมเนียมที่จะไม่นุ่งกางเกงเข้าในพระบรมมหาราชวัง ถ้าเป็นไปได้ก็ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น ถ้าไม่มีก็ต้องเป็นแบบเรียบร้อย

ส่วนประชาชนทั่วไปที่จะแสดงออกเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สามารถทำได้ทุกอย่าง ทำที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ 10 มกราคม สามารถทำได้ทันที ทั้งการตักบาตร ทำบุญ บำเพ็ญกุศล บำเพ็ญทาน ถวายสังฆทานต่างๆ บวชพระ เลี้ยงพระ นิมนต์พระมาเทศน์ ก็สามารถทำได้

8.บรรจุพระศพลงหีบพระศพแทนพระโกศ

(ชัชพล ชัยพร) ตามโบราณราชประเพณีเมื่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จสวรรคต จะประกอบพิธีบรรจุพระบรมศพ พระศพ ลงในพระโกศ แต่ในรัชกาลปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เชิญพระบรมศพ และพระศพ ลงหีบพระศพ แทนใส่การใส่พระโกศ ซึ่งสามารถทำได้ตามพระราชอัธยาศัย ได้แก่ พระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

www.waddeeja.com

www.youtube.com   พิมพ์     apdi. หรือ  สมาคมคนพิการ

ม.ค.0014


 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย วันที่ตอบ 2008-01-04 21:25:00 IP : 124.121.142.176


ความคิดเห็นที่ 9 (1384882)

จังหวัดที่มี ส.ส.เกิน 10 คน


          ข่าว การเมือง เผยจังหวัดที่มี ส.ส. ระบบแบ่งเขตเกิน 10 คน ใน การเลือกตั้ง 50 ซึ่ง การเลือกตั้ง ส.ส. ระบบแบ่งเขตครั้งนี้ มีการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 157 เขตเลือกตั้ง มี ส.ส.ได้ 400 คน จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ไม่เกิน 3 คน มีทั้งสิ้น 31 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่มีส.ส.มากกว่า 3 คน มี 45 จังหวัด และจังหวัดใดจะมี ส.ส. เกิน 10 คนไปบ้างไปดูกัน

แผนที่ประเทศไทย


           การเลือกตั้ง ส.ส.ระบบแบ่งเขตครั้งนี้ มีการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 157 เขตเลือกตั้ง มี ส.ส.ได้ 400 คน จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ไม่เกิน 3 คน มีทั้งสิ้น 31 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่มีส.ส.มากกว่า 3 คน มี 45 จังหวัด

           สำหรับจังหวัดที่ ส.ส.มากกว่า 10 คน ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร มี 12 เขต แต่ละเขตมี ส.ส.ได้ 3 คน รวมมี ส.ส.ได้ 36  คน เป็นจังหวัดที่มี ส.ส.มากที่สุดในประเทศไทย   

      อันดับ 2 นครราชสีมา มี 6 เขต มี ส.ส. 16 คน

 เชียงใหม่ ขอนแก่น และอุบลราชธานี มี 4 เขต มี ส.ส. 11 คน      

 ส่วนอุดรธานี บุรีรัมย์ และนครศรีธรรมราช มี 4 เขต มี ส.ส. 10 คน

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

www.waddeeja.com

www.youtube.com   พิมพ์     apdi. หรือ  สมาคมคนพิการ

ม.ค.0039

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-10 20:14:31 IP : 124.121.142.251


ความคิดเห็นที่ 10 (1390949)

อย่าลืม 17 กพ. 2551 นี้ ห้ามสูบบุหรี่ใน “ผับ-เธค-สวนอาหาร-จตุจักร”  

สธ.ประกาศ ผับ เธค สวนอาหาร ตลาดนัดจตุจักร เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ 100% ดีเดย์ 17 ก.พ.นี้ “หมอหทัย” เสนอตัวชี้แจงกลุ่มผู้ประกอบการร้านเหล้า ผับ เธค ให้เข้าใจ ชี้ไม่ได้ทุบหม้อข้าวหมอแกง มั่นใจอนาคตมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เพราะคนไม่สูบบุหรี่มามากกว่า
       
       นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การให้สถานบันเทิงทุกแห่งเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550 โดยจะมีผลบังคับใช้ภายใน 45 วัน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งมาตรการข้อห้ามการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะตามประกาศฉบับใหม่นั้น จะมีผลดีในหลายด้าน ซึ่งตนได้รวบรวมเอกสารงานวิจัยสนับสนุนมาตรการดังกล่าวทั้งภายในประเทศไทย และต่างประเทศ จัดทำเป็นรูปเล่มมีความหนา 100 กว่าหน้า ซึ่งตนได้ส่งเอกสารทั้งหมดให้ นพ.มงคล เรียบร้อยแล้ว
       
       “เชื่อว่า การบังคับใช้ในระยะแรกจะมีปัญหาเรื่องการต่อต้านจากกลุ่มผู้ประกอบการผับ เธค พอสมควร เพราะไม่เข้าใจและคิดว่า สธ.จะไปทุบหม้อข้าวหม้อแกง การทำมาหากินของเขา กลัวว่า ลูกค้าจะลดน้อยลงและไม่เข้าไปเที่ยว ซึ่งหากมีการชุมนุมต่อต้านเกิดขึ้น ผมพร้อมที่จะให้ข้อมูลและเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการให้เข้าใจถึงมาตรการห้ามสูบบุหรี่ดังกล่าว โดยจะชี้แจงข้อมูลจากงานวิจัยที่ได้รวบรวมมาและเชื่อว่าจะยุติปัญหาได้” นพ.หทัย กล่าว
       
       นพ.หทัย กล่าวต่อว่า งานวิจัยที่ตนได้รวบรวมมาสามารถสรุปเป็นประเด็นหลักได้ 6 ข้อ ดังนี้ 1.การห้ามสูบบุหรี่ในสถานธุรกิจ ผับ เธค ทำให้ประชาชนทั่วไปพอใจมากขึ้น 2.ไม่ทำให้รายได้ของสถานธุรกิจที่ถูกควบคุมลดน้อยลง แม้ว่าในระยะแรกอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็ไม่นาน แต่ในระยะยาวจะยิ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าผู้สูบบุหรี่ และสุดท้ายลูกค้าเดิมก็จะกลับมาเที่ยวตามเดิม 3.สุขภาพของพนักงานในร้าน และลูกค้าที่มาเที่ยวดีขึ้น 4.วงดนตรีที่เล่นสดในสถานธุรกิจมีความไพเราะขึ้น เพราะไม่มีควันบุหรี่เข้าไปจับตามเครื่องดนตรี หรือลำโพง ทำให้เสียงใสกว่าเดิม
       
       สำหรับรายละเอียดในประกาศ ดังกล่าวมีการเพิ่มสถานที่ปลอดบุหรี่มากขึ้นอีก 4 ประเภท ได้แก่ 1.สถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม การจัดเลี้ยง ที่ติดเครื่องปรับอากาศห้ามสูบบุหรี่โดยสิ้นเชิง ซึ่งเดิมมีข้อยกเว้นหากจดทะเบียนเป็นสถานบริการ แต่ในประกาศฉบับใหม่จะตัดข้อยกเว้นดังกล่าวออกไป ดังนั้น ไม่ว่าจะจดทะเบียนอยู่ในประเภทใด ก็ห้ามสูบบุหรี่ แต่สามารถที่จะออกมาสูบบุหรี่บริเวณภายนอกร้านซึ่งจัดเป็นที่พิเศษได้ 2.สถานที่ทำงานเอกชน ซึ่งเดิมจะยกเว้นหากจดทะเบียนเป็นสถานบริการ ดังนั้น จะไม่มีข้อยกเว้นอีกต่อไป หากอยู่ในระบบปรับอากาศไม่ว่าจะจดทะเบียนเป็นสำนักงานหรือสถานบริการต้องเป็นเขตห้ามสูบบุหรี่สิ้นเชิงเช่นเดียวกัน
       
       3.สำหรับร้านที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่อยู่ในระบบปรับอากาศ เช่น สวนอาหาร ถือเป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ประเภทที่ 2 คือ สามารถจัดมุมสำหรับสูบบุหรี่ได้ แต่ต้องเป็นไปตามที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขกำหนด และ 4.ตลาดสด ตลาดนัด เป็นเขตปลอดบุหรี่ประเภทที่ 2 ฉะนั้นสวนจตุจักร ก็จะห้ามสูบบุหรี่ด้วย
       

       อนึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 หากประชาชนฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบมีโทษปรับ 2,000 บาท ส่วนเจ้าของสถานที่จะถูกปรับ 20,000 บาท

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

www.waddeeja.com

www.youtube.com   พิมพ์     apdi. หรือ  สมาคมคนพิการ

ม.ค.0051

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-12 17:03:02 IP : 124.121.141.39


ความคิดเห็นที่ 11 (1393440)

ผลการสำรวจและจัดอันดับ 10 ข่าวดังด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2550

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แถลงผลการสำรวจและจัดอันดับ 10 ข่าวดังด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2550

เกี่ยวกับความสนใจของประชาชนต่อข่าวสารสำคัญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในรอบปี 2550 พบว่า 10 ข่าวที่ได้รับความสนใจสูงเป็น

อันดับ  1 คือ ข่าววิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อน ซึ่งประชาชนให้ความสนใจและตื่นตัวมาก อันดับ  2 คือ เรื่องสเต็มเซลส์หรือการปลูกถ่ายอวัยวะ

อันดับ  3 เด็กไทยกับรางวัลเหรียญทองโอลิมปิกวิชาการ หนึ่งในโครงการในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

อันดับ  4 ภัยอินเตอร์เน็ตกับสังคมไทย

อันดับ  5 การประดิษฐ์และแข่งขันหุ่นยนต์

อันดับ  6 ปรากฏการณ์ฝนดาวตก

อันดับ  7 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

อันดับ  8 การคิดค้นระบบผลิตหม้อก๋วยเตี๋ยวแบบไร้สารตะกั่ว

อันดับ  9 การผลักดันทดสอบจีเอ็มโอในระดับไร่นา

อันดับ 10 กระแสนิยมผลิตภัณฑ์นาโนในสังคมไทย 

ผอ.สวทช. กล่าวต่อว่า ผลการสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนสนใจต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และมีผลกระทบกับปัญหาปากท้องหรือชีวิตประจำวัน เช่น ให้ความสนใจเรื่องการคิดค้นระบบผลิตหม้อก๋วยเตี๋ยวแบบไร้สารตะกั่ว หรือเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาชีวิตและสุขภาพ เช่น สเต็มเซลส์ รวมถึงเรื่องการสนับสนุนเชิดชูคนเก่งคนดี จากข่าวเด็กไทยกับรางวัลเหรียญทองโอลิมปิกวิชาการ  อย่างไรก็ตาม  สิ่งที่ตนแปลกใจและคิดว่ายังมีมุมข่าวที่น่าสนใจ

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

www.waddeeja.com

www.youtube.com   พิมพ์     apdi. หรือ  สมาคมคนพิการ

ม.ค.0055

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย วันที่ตอบ 2008-01-13 11:34:02 IP : 124.121.136.116


ความคิดเห็นที่ 12 (1401438)

เพลง แก้วกัลยา

เนื้อร้อง /  ทำนองโดย  

ประภาส  ชลศรานนท์

 

แก้วกัลยาทรงคุณค่าเหนือจิตใจ
คือดอกไม้แห่งความรักและการแบ่งปัน
องค์พระพี่นางพระราชทานเป็นมิ่งขวัญ
ให้ผองผู้พิการไทยทั้งปวง


*** ดอกไม้ฟ้า  แห่งกรุณา ประทานลงมาแสนชื่นใจ
ดั่งดอกไม้จากเทวาลัยจากแดนสรวง      
ดอกไม้ฟ้า แก้วกัลยา แทนใจทั้งปวง
แทนความรักความเป็นห่วงความชื่นชม


ขาดแขนขาหรือดวงตามองไม่เห็น
ใช่จะลำค็ญใช่จะทุกข์หรือตรอมตรม
ยังมีหัวใจสู้ต่อไปอย่างสุขสม
คือชีวิตที่ชื่นชมโลกงดงาม
ซ้ำ ***

 

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

www.waddeeja.com

www.youtube.com   พิมพ์     apdi. หรือ  สมาคมคนพิการ

ม.ค.0079

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-15 21:29:30 IP : 124.121.139.223


ความคิดเห็นที่ 13 (1412747)

อภิมหาวิปโยค


วัฒนะชัย ยะนินทร
 Positioning Magazine   มกราคม 2551

ชะตาฟ้าบอกว่า... โสรัจจะ นวลอยู่ นักโหราศาสตร์ วิเคราะห์ชะตาเมืองไทย 2551 ถือเป็น ปีชวด ที่ล้วนเป็นปริศนา ยังถูกครอบงำไปด้วยบาปเคราะห์จตุโกณกากบาททุกจุด และจะรุนแรงมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งความอาเพศ มีลางร้ายที่จะเกิดมหัตภัยตามมาตลอดทั้งปี


จับตาลางร้ายเหตุการณ์สำคัญในปี 2551

มกราคม
-รถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ ถูกลอบวางระเบิด
-ภาคใต้ถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ ชาวต่างชาติเสียชีวิตจำนวนมาก
-คนงานในบริษัทใหญ่โตของประเทศ, ข้าราชการ ถูกปลดออกจากงานจากปัญหาเศรษฐกิจ
-เด็กๆ จะมีอันตรายจากอุบัติเหตุเสียชีวิตจำนวนมาก
-เกิดโรคระบาดร้ายแรงทั่วประเทศ

กุมภาพันธ์
-กรุงเทพฯ จะถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ สถานทูตถูกทำลาย มีการตายหมู่จากอุบัติเหตุเครื่องบินตก และรถยนต์
- วงการสงฆ์มัวหมองอย่างหนัก มีนักบวชอลัชชีจอมขมังเวทย์, เข้าทรง โผล่โฉมหน้าขึ้นมากมาย
- ตลาดหุ้นเจอกับภาวะคับขัน ตกเป็นท้องร่วง
- อเมริกา และยุโรป จะพบกับความหนาวเย็นอย่างรุนแรง ในรอบ 100 ปี


มีนาคม
-เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกาะสุมาตรา และมีผลกระทบถึงไทยอย่างรุนแรง
-ภาคใต้ร้อนเป็นไฟ ถูกก่อวินาศกรรมอย่างรุนแรง
-เกิดไฟไหม้ใหญ่หลายจังหวัด

เมษายน
-มีการวางระเบิดชนิดร้ายแรงกว่าที่เคยมีมาใน 3 จังหวัดภาคใต้
-เกิดแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ
-รัฐบาลสู่ยุคปั่นป่วน มีการก่อหวอด เกิดความวุ่นวายโกลาหล อาจถึงขั้นเปลี่ยนแปลงรัฐบาลครั้งใหญ่
-การเดินทางทางน้ำต้องระวังเป็นพิเศษ เรือโดยสารล่ม ตายหมู่

พฤษภาคม
-ภาคใต้ถูกก่อวินาศกรรมสุดโหด***
-ดวงเมืองสุดวิปโยค การเมืองเกิดการผ่าตัด ปฏิรูป ปฏิวัติตัวเองครั้งใหญ่ที่สุด
-นายกรัฐมนตรีจักเป็นอันตราย คนสำคัญจะล่วงลับ
-หุ้นจะตกอย่างรุนแรง ธนาคารขนาดใหญ่ล้ม
-โรงงานจะปิดตัว ปลดคนงานจำนวนมาก
-ปลายเดือนจะเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ หลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ชลบุรี
-เกิดภัยพิบัติทางทะเลอย่างรุนแรงครั้งยิ่งใหญ่ มีคลื่นยักษ์สูงเสียดฟ้าถล่มชายฝั่งอันดามัน เป็นผลจากแผ่นดินไหวในเกาะสุมาตรา

มิถุนายน
-สนามบินสุวรรณภูมิถูกก่อวินาศกรรม
-บุคคลสำคัญของแผ่นดินจักเจ็บไข้ได้ป่วย และอาการรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง อาจถึงขั้นสูญเสียชีวิต
-ตึกที่สูงสุดทรุดตัวลงและพังทลาย มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก
-อุบัติเหตุใหญ่ๆ เกิดขึ้นตลอดทั้งเดือน มีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ และทางเรือ
-ภาคใต้เกิดจลาจลใหญ่ มีการสูญเสียชีวิตมากมาย
-ไข้หวัดนกกลับมาระบาดหนัก ทำให้ผู้คนล้มตาย จะติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้

กรกฎาคม
-บ้านเมืองจะมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ นักวิชาการจะมีบทบาทเข้ามาบริหารบ้านเมือง
-บุคคลในเครื่องแบบจะมีบทบาทคึกคักขึ้น
-เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในประเทศไทย บริเวณภาคเหนือ มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก
-ชายแดนไทย จะมีการขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน เขมรและพม่าอย่างรุนแรง
-ปลายเดือน เรือโดยสารล่ม ตายหมู่
-จะสูญเสียบุคคลสำคัญของโลก

สิงหาคม
-กรุงเทพฯ ถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ สูญเสียชีวิตผู้คนจำนวนมาก
-หุ้นตก เศรษฐกิจล้มเหลว
-ภาคใต้เกิดวาตภัยร้ายแรง
-ในวงการเมือง บุคคลในเครื่องแบบจะมีปัญหาขัดแย้งกันรุนแรง

กันยายน
-ปัญหาภาคใต้ ทำให้ทั่วโลกตะลึง เกิดการจลาจลนองเลือด
-ดีเปรสชั่นถล่มภาคเหนือ น้ำป่าไหลาบ่าลงมาถึงกรุงเทพฯ เขื่อนเล็กและใหญ่พัง เกิดน้ำท่วมใหญ่หลายจังหวัด
-สถานการณ์โลกกำลังตกอยู่ในสภาพวิปริต มีโอกาสเกิดสงครามครั้งใหญ่ เศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก อียิปต์ อาหรับ และอิสราเอล รวมทั้งตะวันออกกลาง มีโอกาสเกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์
-หุ้นตกอย่างวินาศสันตะโร

ตุลาคม
-ระวังอุบัติเหตุทางเครื่องบิน เดือนนี้จะเกิดขึ้นบ่อย
-ภาคใต้ป่วนหนัก ปัญหาขอแบ่งแยกดินแดนเพื่อปกครองตนเองปะทุหนัก
-น้ำท่วมหนักไปทั่วประเทศ
-จับตาประเทศญี่ปุ่น เกิดภัยเศรษฐกิจคุกคามอย่างหนัก


พฤศจิกายน
ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-19 08:51:19 IP : 124.121.139.66


ความคิดเห็นที่ 14 (1412750)
พฤศจิกายน
-จะเกิดอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาคของประเทศ
-กรุงเทพฯ จะเกิดน้ำท่วมใหญ่
-สถานการณ์บ้านเมืองสู่ยุคมืด เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง นำไปสู่การพิพาทไม่สิ้นสุด
-ทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะสงคราม ระหว่างสหรัฐฯ กับตะวันออกกลาง
-เกิดภาวะน้ำทะเลสูงขึ้นจนถึงขั้นวิกฤต น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้เกิดน้ำทะเลท่วมเกาะจมหายไป รวมทั้งเกาะเล็ก เกาะน้อยในประเทศไทย

ธันวาคม
-ดินฟ้าอากาศวิปริต อาเพศไปทั่ว อากาศจะหนาวจัดที่สุดในรอบร้อยปี เกิด “หิมะตกในเมืองไทย” เป็นครั้งแรกให้ทั่วโลกตะลึง
-เป็นเดือนหฤโหด วิปโยคสุดๆ หุ้นตกอย่างรุนแรง การเมืองไทยเต็มไปด้วยความผันผวน
-วิกฤตเศรษฐกิจไทยเข้าขั้นรุนแรง ข้าวยากหมากแพง
-วิกฤตภาคใต้รุนแรง ลุกลามถึงกรุงเทพฯ มีผู้คนล้มตาย
-สถานการณ์โลกน่าเป็นห่วง สหรัฐอเมริกาเกิดกลียุค พิษภัยจากสงคราม ผู้คนชาวอเมริกันตายเป็นใบไม้ร่วง ปัญหาจีนและไต้หวันวิกฤตหนัก

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

www.waddeeja.com

www.youtube.com   พิมพ์     apdi. หรือ  สมาคมคนพิการ

ม.ค.0095

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-19 08:53:33 IP : 124.121.139.66


ความคิดเห็นที่ 15 (1417689)

แผนรับนักเรียนพิการ สังกัด สพท.กทม.เขต ๑
21
มกราคม 2551

แผนรับนักเรียนร.ร.สังกัดสพท.กทม.เขต๑ ในปีการศึกษา ๒๕๕๑ อนุบาลรับ ๑,๒๙๕ คน ป.๑ รับ ๒,๙๑๓ คน ม.๑ รับ ๑๔,๒๘๒ คน และ ม.๔รับ ๑๓,๙๗๖ คน รวมทั้งสิ้น ๓๒,๔๖๖ คน ร.ร.ลักษณะพิเศษประเภท ร.ร.ที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ รับสมัคร ๑๕-๑๙ กุมภาพันธ์ ชั้น ป.๕ และ ม.๑ สอบ ๒๓ กุมภาพันธ์ประกาศผลและรายงานตัว ๑ มีนาคม ม.๔ สอบ ๒๔ กุมภาพันธ์ ประกาศผลและรายงานตัว ๑ มีนาคม

ร.ร.ที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการรับสมัคร ๑๔ มีนาคม-๓๐ เมษายน ประกาศผล และรายงานตัว๑ พฤษภาคม ร.ร.ที่จัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาสรับสมัคร ๑๔-๑๘ มีนาคม ประกาศผล ๑ เมษายน และรายงานตัว ๑๐ เมษายน ทั้งนี้ สอบถาม สพฐ.โทร.๐-๒๒๘๘-๕๘๔๓, ๐-๒๖๒๘-๘๘๘๒-๔, ๐-๒๒๘๑-๕๒๔๕

สพท. กทม.เขต๑ โทร.๐-๒๓๕๔-๕๒๕๗-๘, www.edbkk๑.com

สพท.กทม.เขต๒ โทร.๐-๒๙๓๐-๔๔๙๐-๙๒ ต่อ ๑๑๓, ๑๑๔www.edubangkok๒.org และ

สพท.กทม.เขต ๓ โทร. ๐-๒๔๑๐-๒๐๔๔ ต่อ ๑๒๓, ๑๒๔, ๑๒๕, www.bangkok๓.go.th

(คม ชัด ลึกออนไลน์ ๒๑ มค. ๒๕๕๑ )

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-21 16:47:48 IP : 124.121.140.110


ความคิดเห็นที่ 16 (1420774)

ข่าวในพระราชสำนัก

ประกอบพระราชพิธีตัดต้นจันทน์ยืนต้นตาย 3 ต้น ทำพระโกศ

เมื่อเวลา 11.09 น.นายสรรชัย เทียมทวีสิน ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักพระราชวัง ฝ่ายพระราชพิธี นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมข้าราชการระดับสูงในจังหวัด ได้เดินทางไปประกอบพระราชพิธีตัดไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตาย จำนวน 3 ต้น ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพื่อใช้ในการจัดสร้างพระโกศ งานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งไม้จันทน์หอมจำนวน 3 ต้นดังกล่าวมีขนาดต่างๆ ดังนี้

ต้นที่ 1 วัดรอบลำต้นได้ 170 เซนติเมตร สูง 6 เมตร ปริมาตรไม้รวม 1.38 ลูกบาตรเมตร

ต้นที่ 2 วัดรอบลำต้นได้ 100 เซนติเมตร สูง 5 เมตร ปริมาตรไม้รวม 0.40 ลูกบาตรเมตร

ต้นที่ 3 วัดรอบลำต้นได้ 117 เซนติเมตร สูง 6 เมตร ปริมาตรไม้รวม 0.69 ลูกบาตรเมตร

ซึ่งไม้ทั้ง 3 ต้นเนื้อไม้เป็นแก่นสีดำ มีกลิ่มหอม

* * * * * * * * * * * * * * * * *

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com  พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2201512001

smile ยิ้ม smile ยิ้ม

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-22 19:54:01 IP : 124.121.138.4


ความคิดเห็นที่ 17 (1434575)

ขสมก.ปรับขึ้นค่าโดยสารมีผล 1 มี.ค.

อั้นมา4เดือน ขาดทุนเดือนละ36ล้านบ.


              เมื่อวันที่ 25 ม.ค.  พล.อ.อธิคม  ตันเลิศ  ประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ ขสมก. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ขสมก. มีมติให้ชะลอการปรับค่าโดยสารจนถึงแค่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 ด้วยเหตุที่ขสมก. ชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารมากว่า 4 เดือน ต้องแบกรับภาระการขาดทุนถึง 36 ล้านบาทต่อเดือน ดังนั้นในวันที่ 1 มีนาคม จะปรับขึ้นค่าโดยสารทันที โดยรถร้อน ขึ้นราคา 50 สตางค์ จากเดิม 7.50 บาท เป็น 8 บาท ส่วนรถปรับอากาศเพิ่มขึ้นช่วงละ 1 บาท ราคาเดิมเริ่มต้นที่ 12 บาท จะปรับขึ้นเป็น 13 บาท

 

* * * * * * * * * * * * * * * * *

 

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com/

http://www.youtube.com/  พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2601511543

 

smile ยิ้ม smile ยิ้ม

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-26 15:35:06 IP : 124.121.143.207


ความคิดเห็นที่ 18 (1438724)

 

ห้ามสูบบุหรี่ในผับ ร้านอาหาร ตลาด มีผล11กพ.

โทษปรับ2,000-20,000 บ.ทั้งคนสูบ-เจ้าของพื้นที่


 เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่กรมควบคุมโรค นพ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าว “การบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 18  พ.ศ. 2550  ซึ่งจะมีผลใช้ในอีก 18 วัน” ว่า สธ. ได้ออกประกาศฉบับที่ 18 ที่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. พ.ศ. 2550 เพิ่มพื้นที่คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 โดยกำหนดให้สถานบันเทิงประเภทผับ บาร์ ร้านอาหาร ตลาดทุกประเภท ทั้งตลาดสด ตลาดขายเสื้อผ้า รวมถึงตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาดนัดเปิดท้ายขายของต่างๆ ด้วย บังคับทั้งที่ติดแอร์และไม่ติดแอร์ จะต้องเป็นเขตปลอดควันบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถจัดสถานที่สูบภายนอกที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกได้ แต่ต้อง ให้ห่างไกลผู้คน ไม่ส่งกลิ่นรบกวน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ก.พ.  ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ จะมีโทษปรับตามกฎหมาย โดยเจ้าของ ผู้ดูแลสถานที่ มีโทษปรับ 20,000 บาท ส่วนประชาชนที่สูบในเขตห้าม จะมีโทษปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท

 

* * * * * * * * * * * * * * * * *

 

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com/

http://www.youtube.com/  พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2701510947

 

smile ยิ้ม smile ยิ้ม

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-27 09:39:54 IP : 124.121.138.232


ความคิดเห็นที่ 19 (1450028)
ปตท.นำร่องขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 20-50 สต. มีผลพรุ่งนี้ซวยอีกแล้ว..........
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มกราคม 2551 
       นายชัยวัฒน์ ชูฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.มีความจำเป็นต้องพิจารณาปรับราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซิน รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 30 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้นน้ำมันเบนซิน 91 ปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร เนื่องจากรัฐได้เรียกเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เพิ่มขึ้น 20 สตางค์ สำหรับน้ำมันดีเซลและไบโอดีเซลปรับขึ้น 20 และ 40 สตางค์ต่อลิตร ตามลำดับ เนื่องจากรัฐได้ยกเลิกการชดเชย B100 จึงทำให้ต้นทุนสูงขึ้น โดยจะมีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.) เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
        ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นดังนี้ น้ำมันเบนซิน พีทีที E 20 พลัส 26.79 น้ำมันเบนซิน พีทีที แก๊สโซฮอล์ พลัส 95 28.79 น้ำมันเบนซิน พีทีที แก๊สโซฮอล์ พลัส 91 27.99 น้ำมันเบนซิน พีทีที อัลฟา เอ็กซ์ 95 32.79 น้ำมันเบนซิน พีทีที อัลฟา เอ็กซ์ 91 31.69 น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว พีทีที เดลต้า เอ็กซ์ ยูโร ทรี 29.14

* * * * * * * * * * * * * * * * *

 

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com  พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2901511932

 

smile ยิ้ม smile ยิ้ม

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-29 19:22:51 IP : 124.121.137.107


ความคิดเห็นที่ 20 (1460958)

คนพิการผลักดันรัฐบาลใหม่ให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ

เมื่อวันที่  30 ม.ค.51 - นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่แทน ส.ว. ในฐานะประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และนายมณเฑียร บุญตัน นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าว เพื่อขอให้รัฐบาลใหม่ผลักดันให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ สืบเนื่องจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งนายมณเฑียร เป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมเป็นกรรมการเฉพาะกิจขององค์การสหประชาชาติ เพื่อยกร่างและเจรจาเรื่องอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ โดยนายมณเฑียร ทำหน้าที่กรรมการอนุสัญญา จนผ่านการรับรองจากสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ และในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในอนุสัญญาฯ เรียบร้อยแล้ว แต่จะมีผลบังคับใช้ได้ต่อเมื่อได้รับสัตยาบันอนุสัญญาฯ จากรัฐบาลใหม่

ด้านนายมณเฑียร กล่าวว่า อนุสัญญาฯ ดังกล่าวเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคนพิการที่มีกว่า 6 ล้านคนทั่วประเทศ เพราะเป็นกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศฉบับแรกที่ให้หลักประกันในสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อคนพิการอย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ อนุสัญญาฯ ดังกล่าว คนพิการจากทั่วโลกพยายามผลักดันร่วมกันอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี จึงต้องการให้รัฐบาลใหม่สนับสนุนและเร่งให้สัตยาบันโดยเร็ว

http://www.msnth.com/msn/news

- - - - - - - - - - - - - - - - - -

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

3101511435

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-01-31 14:25:10 IP : 124.121.137.89


ความคิดเห็นที่ 21 (1481437)

สปสช.เผยผู้ประกันตนทุพพลภาพใช้สิทธิบัตรทองไม่ได้ เหตุติดขัดข้อกฎหมาย

3 กุมภาพันธ์ 2551

 

       สปสช.เผย ผู้ประกันตนทุพพลภาพไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ เหตุติดขัดข้อกฎหมาย เนื่องจากยังได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลจากประกันสังคมเดือนละไม่เกิน 2,000 บ.ตลอดชีวิต เสนอหากจะให้ใช้สิทธิบัตรทอง ต้องแก้กฎหมายประกันสังคม หรือให้บอร์ดของทั้ง 2 ฝ่ายหารือเพื่อขยายบริการ
       
       
นพ.วินัย สวัสดิวร รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนจำนวนหนึ่งซึ่งเดิมใช้สิทธิระบบประกันสังคม แต่ทุพพลภาพ ความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลง และคิดว่า สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้น โดยหลักการแล้ว สปสช.ยินดีให้ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพใช้สิทธิระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ติดขัดทางข้อกฎหมาย เนื่องจากข้อเท็จจริง คือ ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพนั้นมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือนตลอดชีวิต ตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 30 มีนาคม 2538 ดังนั้น แม้ความเป็นผู้ประกันตนจะสิ้นสุดลงหรือไม่ก็ตาม หากผู้ทุพพลภาพนั้นได้รับค่ารักษาพยาบาลจากสำนักงานประกันสังคม ก็ถือได้ว่าเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ตามมาตรา 10 ในพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545
       

       รองเลขาธิการ สปสช.กล่าวต่อว่า กฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีเจตนารมณ์มิให้เกิดความซ้ำซ้อนในระบบการให้ความช่วยเหลือในด้านการรักษาพยาบาล อีกทั้งในการขอรับเงินงบประมาณแผ่นดินของ สปสช.ก็มิได้นำบุคคลที่ได้รับสิทธิจากกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมมาเป็นฐานในการคำนวณขอรับเงินงบประมาณด้วย ดังนั้น ผู้ทุพพลภาพผู้ใดที่มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน จึงไม่สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้
       
       นพ.วินัย กล่าวต่อว่า เพื่อให้ผู้ที่ทุพพลภาพในกรณีดังกล่าว สามารถได้สิทธิรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น สปสช.มีข้อเสนอว่า ให้สำนักงานประกันสังคมเสนอต่อคณะกรรมการประกันสังคมให้มีการตกลงกับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อขยายบริการ หรือให้แก้ไขประกาศของสำนักงานประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ เพื่อเพิ่มสิทธิด้านการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพ หรือแก้ไขกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม มิให้มีบทบัญญัติกำหนดประโยชน์ทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาลสำหรับกรณีผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพ

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - -

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

0402510834

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-02-04 08:25:34 IP : 124.121.135.123


ความคิดเห็นที่ 22 (1519542)

วิธีป้องกันไม่ให้เป็นร้อนใน



         ร้อนในหรือแผลในปาก เชื่อว่าทุกคนคงเคยเป็นกัน เวลาเป็นแล้วจะเจ็บและรับประทานอะไรก็ลำบาก วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีป้องกันไม่ให้เป็นร้อนในมาฝากกัน...

          1. ระวังอย่าให้ท้องผูก เพราะร้อนในมักจะเป็นร่วมกับท้องผูก

          2. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ร้อนใน เช่น ของทอด ของมัน ๆ ขนม น้ำตาล ทุเรียน ลำไย ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ อาหารพวกนี้กินแต่เพียงน้อย ๆ อย่ากินมาก

          3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น กระเทียม หอม ขิง ฯลฯ แต่พริกกินได้

          4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดอารมณ์เครียด ความเครียดส่วนมากทำให้เป็นโรคนี้

          5. รักษาความสะอาดในช่องปากอย่างเข้มงวด คือแปรงฟันทุกครั้งหลังจากรับประทานอาหารแล้ว(ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังอาหาร)

          6. ดื่มน้ำมาก ๆ วันหนึ่ง ๆให้ได้ 10 แก้วขึ้นไป

          7. อย่าอดนอน

          8. กินผักและผลไม้มาก ๆ

         ถ้าไม่อยากเป็นร้อนใน ก็ลองปฏิบัติตามคำแนะนำกันดูได้

* * * * * * * * * * * * * * * * *

 

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com/

http://www.youtube.com/  พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

0902511455

 

smile ยิ้ม smile ยิ้ม


 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-02-09 14:46:23 IP : 124.121.139.89


ความคิดเห็นที่ 23 (1566748)
 
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10934

อิตาลีเห็นผล"โรคหัวใจ"ลวดฮวบ หลังมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่


คอลัมน์ สรรหามาเล่า

โดย raikorn@hotmail.com




ถือโอกาสนำมาเล่าเพื่อเป็น"กำลังใจ"แก่คนที่กำลังพยายามจะ"หย่าขาด"กับบุหรี่ว่า หากเลิกได้แล้ว มันเห็นผลดีจริงๆ นอกจากเพื่อสุขภาพของตัวคุณเป็นหลักแล้ว อย่างน้อยยังถือว่า คุณได้"ทำบุญ"ด้วยการไม่ทำร้ายใคร ให้ตายด้วยโรคร้ายจากควันบุหรี่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่สูบ แต่ต้องมานั่ง"สูดควัน"จากมวนบุหรี่ของคุณๆอยู่ทุกวี่ ทุกวัน!!!

ทั้งนี้ จากตัวเลขขององค์การอนามัยโลก บอกว่าแต่ละปี "บุหรี่" ได้คร่าชีวิตผู้คนไปราว 4,000,000 คน และในจำนวนนี้ มีอยู่ 1 ใน 4 ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ อันมีสาเหตุมาจากบุหรี่ !!!

แต่ที่น่ายินดี ก็คือ อย่างน้อยตอนนี้ การที่หลายประเทศมี"กฎหมาย"บี้แบนบุหรี่ออกมา ได้ส่งผลแล้วว่า มันช่วยได้ อย่างที่ประเทศอิตาลี เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีข่าวดี เมื่อมีผลสำรวจจากกรมอนามัยที่กรุงโรม พบว่าในกลุ่มชาย-หญิงอายุระหว่าง 35-64 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่ได้รับควันเวลาเข้าไปนั่งตามร้านอาหาร,บาร์,คาเฟ่ มีอัตราของ"โรคหัวใจ"ลดฮวบถึง 11% หลังจากมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ออกมาบังคับใช้เมื่อปี 2548

ฟรานเซสโก โฟราสทีเร่ เจ้าหน้าที่ระบาดวิทยา หัวหน้าคณะสำรวจ กล่าวถึงผลสำรวจที่ได้ว่า แสดงให้เห็นถึง ประโยชน์ด้านสุขภาพ ที่เกิดขึ้นแล้ว หลังจากที่หลายประเทศในยุโรป อาทิ อิตาลี,อังกฤษ,ไอร์แลนด์ ฯลฯ มีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ตามสถานที่สาธารณะ

"การห้ามสูบบุหรี่ในอิตาลีได้ผล และสามารถช่วยป้องกันสุขภาพของประชาชนได้อย่างเห็นผลจริงๆ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดสุดก็คือ ผลร้ายต่อกลุ่มคนที่ไม่สูบบุหรี่นั้นลดลง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันแสดงให้เห็นถึง ความสำเร็จของการใช้มาตรการ กฎหมายด้านสาธารณสุขว่า ประเทศต่างๆ ก็สามารถเห็นผลสำเร็จเช่นนี้ได้ "

ว่าแล้ว ฟรานเซสโก ก็เล่าถึงผลการศึกษาชิ้นนี้ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารสมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกาว่า เขาและทีมงานใช้ข้อมูลเปรียบเทียบของผู้ป่วยโรคหัวใจตั้งแต่ปี 2543-2547 นำมาเปรียบเทียบกับตัวเลขของ 1 ปีถัดมา หลังจากมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ออกมาบังคับใช้

นอกจากตัวเลขผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้มาจากบันทึกของโรงพยาบาลต่างๆ ทีมงานยังดูปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจประกอบด้วย อาทิ ปัจจัยเรื่องคลื่นความร้อน,ไข้หวัด,มลพิษทางอากาศ โดยมีการดำเนินการประเมินคุณภาพของอากาศตามสถานที่ต่างๆ 40 แห่ง

สำหรับที่อิตาลี จากข้อมูลที่มีการศึกษากันมา บอกว่ามีผู้ชายที่สูบบุหรี่อยู่ราว 30%,ผู้หญิงอยู่ราว 20% และกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ของที่นั่น ก็เป็นการห้ามสูบบุหรี่ในอาคาร อย่างเช่น ในออฟฟิศ,ร้านค้า,ร้านอาหาร,ผับ,บาร์,ดิสโก้เธค

จากรายงานยังว่า หลังจากมีกฎหมาย"แบน"บุหรี่ ก็ทำให้ยอดขายบุหรี่ในอิตาลีลดลงไป 5.5% และกลุ่มคนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือ กลุ่มหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่ในถิ่นยากจน

* * * * * * * * * * * * * * * * *

 

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com   พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

1602511546

0902511455

 

smile ยิ้ม smile ยิ้ม

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-02-16 15:37:08 IP : 124.121.139.139


ความคิดเห็นที่ 24 (1607925)

เปิดแผนที่ "มหาสมุทรโลก" ถูกมนุษย์ทำลายแล้ว 96% เว้นแต่ขั้วโลก

แผนที่โลกแสดงพื้นที่มหาสมุทรถูกทำลายจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ โดยฟ้าแสดงถึงพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ไล่ขึ้นไปถึงพื้นที่สีแดงซึ่งได้รับความเสียหายหนัก อีกทั้งจะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณชายฝั่งและมหาสมุทรใกล้กับประเทศไทยก็ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก (ภาพจากศูนย์วิเคราะห์และสังเคราะห์นิเวศวิทยาแห่งสหรัฐฯ)

บีบีซีนิวส์/เอเยนซี - พื้นที่แผ่นโลก เหลือ "มหาสมุทร" เพียงแค่ 4 % เท่านั้นที่ยังไม่ถูกมนุษย์ย่ำยี่ ซึ่งพื้นที่บริสุทธิ์ที่เหลือเป็นพื้นที่น้ำแข็งใกล้ขั้วโลกที่กำลังเผชิญการละลาย ขณะที่กว่า 40% ได้รับผลเลวร้ายแล้วจากน้ำมือมนุษย์ ระบุเป็น "เสียงปลุก" ให้ผู้กำหนดนโยบายเริ่มปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล
       
       ดร.เบนจามิน ฮัลเพิร์น (Dr Benjamin Halpern) จากศูนย์วิเคราะห์และสังเคราะห์นิเวศวิทยาแห่งสหรัฐฯ ในซานตา บาร์บารา (National Center for Ecological Analysis and Synthesis in Santa Barbara) ซึ่งเป็นหัวหน้าในการทำแผนที่โลกแสดงผลกระทบต่อมหาสมุทรอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์นี้กล่าวว่า มนุษย์ได้สร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อมหาสมุทรและระบบนิเวศที่อยู่ภายใต้ทะเล
       
       ภาพแผนที่โลกนี้แสดงให้เห็นว่า 41% ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ 17 รายงานซึ่งสัดส่วนที่มากกว่าที่เคยคิดกัน และเพียง 4% ที่ยังไม่ได้รับความเสียหาย โดยแผนที่ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์จากสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และแคนาดานี้เป็นครั้งแรกที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอิทธิพลของมนุษย์ในด้านต่างๆ ที่กระทบต่อมหาสมุทร และยังได้ตรวจสอบตัวบ่งชี้คุณภาพของสิ่งแวดล้อมที่รวมถึงแนวปะการัง แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ดงสาหร่ายและคุณภาพน้ำ
       
       จากการศึกษาพบว่าทั้งการประมง มลพิษ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและปัจจัยอื่นๆ ที่เกิดจากมนุษย์ได้ทำให้เกิดผลเสียหายอย่างหนักต่อมหามสมุทรเกือบครึ่ง ขณะที่พื้นที่น้ำแข็งซึ่งอยู่ใกล้ขั้วโลกนั้นยังบริสุทธิ์อยู่ แต่ก็กำลังเผชิญการคุกคามจากแผ่นน้ำแข็งละลาย ซึ่งข้อมูลนี้ทีมวิจัยระบุว่าเป็น "เสียงปลุก" สำหรับผู้กำหนดนโยบาย
       
       "ในอดีตนั้นการศึกษาส่วนใหญ่แสดงให้เห็นผลกระทบจากกิจกรรมเดี่ยวๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้สร้างแผนที่โลกซึ่งแสดงถึงกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลายเรียงซ้อนกันหลายชั้น เราจึงได้ภาพใหญ่ของผลกระทบทั้งหมดที่มนุษย์ได้ทำมากกว่าแค่ผลเสียจากเรื่องเดียว" ดร.ฮัลเพิร์นกล่าว
       
       ด้าน ดร.มาร์ก สปอลดิง (Dr.Mark Spalding) ซึ่งร่วมในการศึกษาครั้งนี้กล่าวว่า แผนที่นี้เป็นการทดลองครั้งแรกที่จะอธิบายและแสดงปริมาณถึงสิ่งที่มหาสมุทรทั่วโลกต้องเผชิญจากปัจจัยอันเนื่องจากมนุษย์ ซึ่งเรียงลำดับตั้งแต่การขนส่งทางเรือเชิงพาณิชย์ไปจนถึงการทำประมงเกินพอดี
       
       "มีปัจจัยสำคัญที่จะปลุกคุณให้ตื่นเมื่อเห็นแผนที่ลักษณะนี้ เพราะมนุษย์ได้คุกคามมหาสมุทรไปทั่วโลก แผนที่นี้จะกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหว ซึ่งผมคิดว่าเป็นสัญญาณจริงที่จะเริมต้นลงมือจัดการชายฝั่งและมหาสมุทรของเราเสียที" ดร.สปอลดิงกล่าว
       
       ในการทำแผนที่นี้ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติราว 20 คนได้แบ่งพื้นที่มหาสมุทรออกเป็นตารางกิโลเมตรเพื่อสร้างแบบจำลองอันซับซ้อนโดยพิจารณาข้อมูลจริงที่หาได้เกี่ยวกับอิทธิพลของมนุษย์จากกิจกรรมต่างๆ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยได้คำนวณ "คะแนนผลกระทบจากมนุษย์" สำหรับแต่ละพื้นที่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นแผนที่ของความเสียหายที่มนุษย์ทำให้เกิดแก่ทะเลจริงๆ และบรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างตกตะลึงกับผลลพธ์ของแบบจำลองนี้ แต่พวกเขาก็หวังว่าแผนที่นี้จะถูกนำไปใช้เพื่อความพยายามอนุรักษ์ทะเลในลำดับต้นๆ
       
       "ผมว่าสิ่งน่าอัศจรรย์ใจที่สำคัญของแผนที่นี้คือการได้เห็นผลกระทบจากมนุษย์ที่ครอบคลุมทุกเรื่องอย่างสมบูรณ์ ไม่มีที่ไหนเลยที่รอดพ้นมนุษย์ไปได้ ช่างเป็นแผนที่ช็อคความรู้สึกเมื่อได้เห็น" คำกล่าวของ ดร.สปอลดิงซึ่งนำการวิจัยครั้งนี้และยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลอาวุโสของกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติสากล "เนเจอร์ คอนเซอร์แวนซี" (The Nature Conservancy) โดยเขายังระบุอีกว่าปัจจัยใหญ่ในการทำลายถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตทางทะเลคือการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและการทำประมงเกินพอดี
       
       ด้าน แอนดรูว โรเซนเบิร์ก (Andrew Rosenberg) ศาสตราจารย์ด้านทรัพยากรธรรมชาติจากมหาวิทยาลัยนิวแฮมไชร์ (University of New Hampshire) สหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้ร่วมในการศึกษาครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่มองว่าการประมงและมลพิษเป็นเรื่องที่แยกจากกันอีกต่อไป โดยผลกระทบจากมนุษย์นี้เป็นเรื่องที่ซ้อนทับกันระหว่างพื้นที่และเวลา ซึ่งเมือ่นานไปในหลายกรณีจะขยายผลจนเพิ่มความน่ากลัวอย่างสูง
       
       "ข้อความถึงผู้กำหนดนโยบายค่อนข้างชัดเจนสำหรับผม ปฏิบัติการอนุรักษ์ธรรมชาติที่ตัดตอนผลกระทบจากการกระทำอันครบชุดของมนุษย์เป็นสิ่งจำเป็นในหลายๆ พื้นที่ทั่วโลก" โรเซนเบิร์กกล่าว

* * * * * * * * * * * * * * * * *

 พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube. com  พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2102510951

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-02-21 09:41:39 IP : 124.121.140.9


ความคิดเห็นที่ 25 (1640832)

 

 

 

 

 

ญี่ปุ่นยิงดาวเทียมบริการเน็ตความเร็วสูง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 กุมภาพันธ์ 2551 00:37 น.
ดาวเทียม Kizuna ดาวเทียมให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วเอเชีย ถูกยิงขึ้นสู่ห้วงอวกาศแล้วในวันที่ 23 ก.พ. 2551 เวลา 17.55 น.ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น

       ญี่ปุ่นได้ฤกษ์วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 ยิงดาวเทียม Kizuna สำหรับให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียมทั่วกลุ่มประเทศแถบเอเชีย จุดเด่นหลักคือ การมั่นใจว่าจะสามารถใช้งานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ในมุมไหนของทวีปเอเชีย แม้ว่าโครงข่ายภาคพื้นดินจะล่มหรือขัดข้อง
       
       หลังเลื่อนการปล่อยจรวดราว1สัปดาห์ ดาวเทียมคิซูน่า (Kizuna) ก็ถูกปล่อยจากสถานีฐานในเกาะทาเนกาชิมา ทางใต้ของญี่ปุ่นเวลา 17:55 น. โดยประชาสัมพันธ์ของสำนักงานสำรวจอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่นหรือแจ็คซา (Japan Aerospace Exploration Agency : JAXA) ให้สัมภาษณ์ว่า การยิงดาวเทียมเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งช่วงก่อนยิงมีการเตรียมการอย่างครบถ้วน ทั้งการเติมออกซิเจนเหลวและไฮโดรเจนเหลวในถังจนเต็ม รวมถึงการตรวจสอบระบบความถี่คลื่นวิทยุจากยานส่งดาวเทียมและสถานีฐานหลายสาขา
       
       สาเหตุการเลื่อนยิงดาวเทียมครั้งก่อนหน้านี้ คือการตรวจพบปัญหาเกี่ยวกับระบบแก๊สช่วงปล่อยตัว
       
       ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีพัฒนาการกิจการด้านอวกาศอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับประเทศอินเดียและจีน โดยก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นประกาศตั้งเป้าหมายส่งมนุษย์อวกาศไปยังดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2020
       
       Company Related Links :
       JAXA

* * * * * * * * * * * * * * * * *

 พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube . com  พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2402510856

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-02-24 08:45:37 IP : 124.121.135.23


ความคิดเห็นที่ 26 (1689335)
พบยีนต้นเหตุหัวล้าน หวังผลิตยารักษาผมร่วง




นักวิจัยระบุยีนที่ทำให้ผมร่วง ซึ่งการค้นคว้าของยีนนี้อาจช่วยหาตัวยาช่วยผู้ที่ไร้ผมได้

"P2Y5" เป็นยีนที่ทำให้เกิดผมร่วงจากพันธุกรรม อาการนี้เรียกว่า "ไฮโป ทริโคซิส ซิมเพล็กซ์" ส่งผลให้ประชากร 1 ใน 200,000 คน หัวล้านตั้งแต่เด็ก

นางเรจิน่า เบตซ์ นักวิจัยจากอินสทิทิว ออฟ ฮิวแมน จีนีติกส์ กล่าวว่า "เป็นโอกาสดีที่จะหาทางรักษาอาการหัวล้าน ซึ่งหัวล้านนั้นเกิดจากหลายปัจจัย" อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมียาหลายตัวที่หยุดผมร่วง แต่ไม่ช่วยให้ผมเกิดขึ้นใหม่

การค้นคว้าทำโดย นำตัวอย่างดีเอ็นเอของครอบครัวชาวซาอุดีอาระเบีย 11 คนที่หัวล้านทางพันธุกรรมมาศึกษา และพบว่า การเปลี่ยนแปลงของยีน "P2Y5" จะช่วยหยุดผมร่วง

ยังมีข่าวเกี่ยวกับผมอีกข่าว เป็นผลการวิจัยของนายทูรี เซอร์ลิ่ง อาจารย์จากยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ยูทาห์ สหรัฐอเมริกา พบว่า แค่เส้นผมเส้นเดียวก็สามารถสืบหาว่า บุคคลนั้นอาศัยอยู่ที่ใดในสหรัฐได้แล้ว ซึ่งจะช่วยตำรวจตรวจสอบบุคคลรวมทั้งชันสูตรพลิกศพ

นายเซอร์ลิ่ง กล่าวว่า การนำตัวอย่างน้ำประปาและตัวอย่างเส้นผมจากร้านตัดผมทั่วประเทศมาศึกษาหาสารเคมีนั้น ช่วยบ่งบอกถึงลักษณะที่ตั้งและภูมิประเทศที่บุคคลนั้นอยู่อาศัยได้ "เหมือนกับประโยคที่ว่า คุณกินอะไรก็ออกมาเป็นอย่างนั้น การใช้น้ำก็ถูกบันทึกไว้ในเส้นผมเช่นกัน เนื่องจากระดับไอโซโทปของไฮโดรเจนและออกซิเจนของเส้นผมนั้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างของน้ำดื่มในแต่ละพื้นที่ เส้นผมเส้นเดียวจึงระบุว่า บุคคลนั้นอาศัยอยู่แห่งหนตำบลใดได้ในปัจจุบัน หรือแม้แต่ในอดีต ขึ้นอยู่กับความยาวของเส้นผมและเวลาที่ผมเจริญเติบโต"

ตัวอย่างเช่น ศพหญิงนิรนามซึ่งพบที่เขตเลกยูทาห์เมื่อ 7 ปีที่แล้ว เมื่อนำเส้นผมมาวิเคราะห์พบว่า หญิงผู้นี้อาศัยอยู่แถบรัฐไอดาโฮ-มอนทานา-ไวโอมิง-โอเรกอนและวอชิงตัน

* * * * * * * * * * * * * * * * *

 พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube  . com  พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2902511715

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-02-29 16:55:19 IP : 124.121.136.150


ความคิดเห็นที่ 27 (1691132)

 • การวัดปริมาณน้ำฝน

อยากทราบวิธีการวัดปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา มีกฎเกณฑ์อะไรจึงจัดเป็นฝนตกเล็กน้อย ปานกลาง ตกหนัก หรือหนักมาก

ตอบ-การวัดปริมาณน้ำฝนใช้วัดความสูงของจำนวนฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า โดยให้น้ำฝนตกลงในภาชนะโลหะ ซึ่งส่วนมากทำเป็นรูปทรงกระบอก มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร ฝนจะตกผ่านปากกระบอกลงไปตามท่อกรวยสู่ภาชนะรองรับน้ำฝนไว้ เมื่อต้องการทราบปริมาณน้ำฝนก็ใช้แก้วตวงที่มีมาตราส่วนแบ่งไว้สำหรับอ่านปริมาณน้ำฝนเป็นมิลลิเมตรหรือเป็นนิ้ว

ในการรายงานปริมาณน้ำฝนนั้น จะรายงานว่าฝนตกเล็กน้อย ฝนตกปานกลาง ฝนตกหนัก หรือฝนตกหนักมาก แต่การจะตั้งเกณฑ์สากลไม่อาจทำได้ เพราะสภาพฝนในแต่ละประเทศมีปริมาณไม่เหมือนกัน เฉพาะประเทศไทยใช้รายงานเป็นจำนวนมิลลิเมตร (ม.ม.) ต่อ 24 ชั่วโมง โดยมีหลักเกณฑ์ในการรายงานดังนี้

ปริมาณฝนต่อ 24 ชั่วโมง

ฝนตกเล็กน้อย 0.1-10 ม.ม. ฝนตกปานกลาง 10.0-35.0 ม.ม. ฝนตกหนัก 35.1 –90.0 ม.ม. หนักมาก 90.1 ม.ม.ขึ้น ถ้ามีฝนน้อยกว่า 0.1 ม.ม. จะรายงานว่า “มีฝนตกเล็กน้อยวัดปริมาณไม่ได้”

สำหรับมาตราวัดฝนแบบไทยๆที่เรียกวา “ห่าฝน” นั้นใช้ฝาบาตรตั้งไว้กลางแจ้ง ถ้าได้น้ำเต็มฝาบาตรเรียกว่า “ฝนตกห่าหนึ่ง”

 

* * * * * * * * * * * * * * * * *

 พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

 

http://www.apdi2002.com/

http://www.youtube.com/  พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

 

2902512137

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-02-29 21:27:17 IP : 124.121.144.112


ความคิดเห็นที่ 28 (1755300)

บริโภคนิยม ทำคนอีสานนิยมเป็นเมียฝรั่ง


สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

          จากกรณีที่นายธีระวุฒิ เจริญราษฎร์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 1 ระบุว่า รู้สึกตัวชาเมื่อคราวได้ยินเด็กระดับอนุบาลบอกว่า "โตขึ้นหนูจะเป็นเมียฝรั่ง" เพราะเชื่อว่าทำให้รวย มีบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นการยึดติดวัตถุมากกว่าจิตใจ โดยปลัดกระทรวงวัฒนธรรมบอกว่า เพราะเด็กเห็นคนเป็นเมียฝรั่งมีความเป็นอยู่สบาย จึงซึมซับแนวคิดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลแก้ไขนั้น

          ล่าสุด จากรายงานผลการศึกษาวิจัย ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกี่ยวกับหญิงไทยในภาคอีสานที่สมรสกับชาวต่างชาติ ระบุว่า ประมาณปี 2546 ที่ผ่านมา มีคู่สมรสหญิงไทยกับชาวต่างชาติจำนวน 19,594 คู่ จาก 19 จังหวัดภาคอีสาน ทั้งนี้ ผลการศึกษาวิจัยยังพบว่า หญิงไทยที่แต่งงานกับคนต่างชาติจบการศึกษาระดับประถมศึกษาร้อยละ 69 รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 24 รายได้ของหญิงไทยในอีสานก่อนแต่งงานอยู่ที่ 2,900 - 4,600 บาท/คน/เดือน แต่หลังแต่งมีรายได้สำหรับใช้จ่ายส่วนตัวมากถึง 45,000 บาท/คน/เดือน โดยคู่สมรสชาวต่างชาติของหญิงไทยในภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ได้แก่ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ ซึ่งสามีชาวต่างชาติส่วนใหญ่มีหน้าที่การงานที่มั่นคงและรายได้สูง เฉลี่ยเดือนละ 120,000 - 200,000 บาท

          ทางด้าน นายมนตรี บุญพาณิชย์ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยหญิงไทยในภาคอีสานทั้งก่อนและหลังแต่งงานกับชาวต่างชาติ พบว่าส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อวิถีการดำรงชีวิตเปลี่ยนไปโดยกลายเป็น "บริโภคนิยม" ทำให้เกิดค่านิยมเรื่องการแต่งงานกับชาวต่างชาติในกลุ่มหญิงไทย ซึ่งจากการวิจัยของนักวิจัยหลายสถาบันก็มีทั้งผลดีและผลเสีย

          ขณะที่ รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเคยศึกษาวิจัยพฤติกรรมหญิงชาวอีสานที่นิยมแต่งงานกับชาวต่างชาติ กล่าวว่า  ในเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ แต่จากการศึกษาวิจัยมาก่อนหน้านี้ คาดการณ์ว่าแนวโน้มหญิงไทยแต่งงานกับชาวต่างชาติจะเพิ่มมากขึ้น

          โดยก่อนหน้านี้การศึกษาถือเป็นสิ่งที่สำคัญของชีวิต เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของชีวิต แต่ปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น วัยรุ่นมองไม่เห็นช่องทางหรือโอกาสในการก้าวหน้า เพราะผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี-โท ก็ตกงานถมเถไป หรือมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เคยสอบถามนักศึกษาบางกลุ่มในระดับอุดมศึกษาว่า คิดอย่างไรกับการแต่งงานข้ามชาติ มีนักศึกษาบางรายที่มีแฟนแล้วตอบว่า "ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็อยากจะมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ" เพราะเปลี่ยนแปลงชีวิตทันตาเห็น เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ทั้งบ้าน รถ และเงินทอง ชี้ให้เห็นถึงทัศนคติว่า คนเชื่อมโยงกับสังคมวัตถุนิยมมากขึ้น เป็นตัวกระตุ้นให้คนมีความอยากมากขึ้น ใจร้อนมากขึ้น ไม่รอเก็บเงินเก็บทองเพื่อสร้างฐานะแต่อยากจะใช้วิธีนี้แทน เรียกได้ว่า "ใช้เศรษฐกิจเป็นตัวนำสังคม" 

* * * * * * * * * * * * * * * * *

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

0903511515

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-03-09 15:06:22 IP : 124.121.142.76


ความคิดเห็นที่ 29 (2143533)

 

ชงครม.รื้อค่ารักษาแก้ใช้สิทธิซ้ำซ้อน



ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้ให้กรมบัญชีกลางปรับปรุงแก้ไขพ.ร.ก.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2523 ของข้าราชการและลูกจ้างประจำ เพื่อแก้ปัญหาสิทธิซ้ำซ้อน รวมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมและป้องกันให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว โดยเร็วๆ นี้จะเสนอครม.พิจารณาอนุมัติ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปีงบประมาณ 52 นี้ต่อไป หรือประมาณเดือนต.ค.นี้ สำหรับประเด็นที่ต้องแก้ไข คือ ให้ผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิซ้ำซ้อน เช่น มีสิทธิประกันสังคม และสิทธิสวัสดิการราชการเลือกใช้สิทธิใดก็ได้ 1 สิทธิ ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าวกำหนดว่าต้องใช้สิทธิอื่นก่อนสิทธิสวัสดิการราชการ นอกจากนี้จะแก้ไขให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวเข้ารับบริการด้านการส่งเสริมป้องกันโรคได้ เช่น เบิกค่าวัคซีนป้องกันโรคได้ทุกโรค จากปัจจุบันที่กำหนดให้เบิกได้เฉพาะค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น คาดต้องใช้งบประมาณ 5,600 ล้านบาท

 

* * * * * * * * * * * * * * * * *

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

 1604510923

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-04-16 09:11:49 IP : 124.121.136.18


ความคิดเห็นที่ 30 (2757140)

 

โอนเงินผ่านมือถือได้แล้ว
นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด เผยว่า เอ็มเปย์ให้บริการธุรกรรมทางการเงินบนมือถือ อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว ได้พัฒนาบริการล่าสุด "M2M" (mCASH to mCASH) โอนเงินสดให้กันผ่านมือถือได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปทำการโอนเงินที่ธนาคารหรือไปที่ตู้เอทีเอ็ม เพียงใช้บริการเอ็มเปย์และมีเงินอยู่ในกระเป๋าเงินสด mCASH สามารถโอนเงินให้เพื่อนที่มีกระเป๋าเงินสด mCASH ด้วยการกด *555*8* ตามด้วยจำนวนเงินที่ต้องการโอน *รหัสส่วนตัว* หมายเลขที่ต้องการโอนเงิน # แล้วโทร.ออก ก็สามารถโอนเงินให้เพื่อนใช้เติมเงินมือถือ, จ่ายบิลค่าโทรศัพท์, เติมเงินเกมออนไลน์ และอื่นๆ เสียค่าธรรมเนียมในการโอนเพียงครั้งละ 3 บาท

1905512116

* * * * * * * * * * * * * * * * *

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-05-19 21:03:50 IP : 124.121.137.119


ความคิดเห็นที่ 31 (2780151)

 

ยุโรปรับสมัครนักบินอวกาศหน้าใหม่

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

สำนักงานอวกาศยุโรปหรือ อีเอสเอ จะเปิดรับสมัครนักบินอวกาศหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือชาย เนื่องจากแผนการเดินทางไปอวกาศในอนาคตมีหลายแผน ทั้งไปประจำสถานีอวกาศนานาชาติ ไปดวงจันทร์ และยังดาวอื่นๆ ที่ไกลกว่า

นายมิเชล ท็อกนินี่ หัวหน้าศูนย์นักบินอวกาศยุโรปกล่าวว่า ผู้สมัครต้องเป็นชนในชาติสมาชิก 17 ชาติ มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เคมี การแพทย์ ฟิสิกส์ วิศวกรรม เป็นผู้มีความจำดี มีสมาธิ เป็นผู้ที่มีเหตุมีผล มีความถนัดด้านภาษาอังกฤษ ถ้าได้ภาษารัสเซียได้ยิ่งดี และจะเริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม

เมื่อสกรีนผู้สมัครในขั้นแรกแล้ว ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการประเมินทางสุขภาพจิต สุขภาพร่างกาย การทดสอบทางความถนัด จากนั้นกรรมการสำนักงานอวกาศยุโรปจึงจะเรียกตัวมาสัมภาษณ์และประกาศผลอย่างเป็นทางการในปีหน้า

ไซโคลนนาร์กีสรุนแรง เพราะภาวะโลกร้อน ?

หมุนก่อนโลก


นักวิทยาศาสตร์ด้านอากาศกำลังถกเถียงกันว่า ภาวะโลกร้อนมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดพายุแรงๆ อย่างพายุไซโคลนนาร์กีสหรือไม่ เนื่องจากนาร์กีสเปลี่ยนความรุนแรงจากระดับ 1 เป็นระดับ 4 เพียงไม่นานก่อนที่จะถึงพื้นดิน ซึ่งมหันตภัยนาร์กีสไม่ใช่พายุลูกแรกที่มีลักษณะเช่นนี้ แต่พ.ศ.2548 เฮอริเคนแคทรีนาถล่มพื้นที่กัลต์โคสต์ของสหรัฐ ทำให้เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียน่าจมอยู่ใต้บาดาล และปี 2550 ซูเปอร์ไซโคลนโกนูก็ถล่มที่แหลมอราเบียน

นายอดัม ลีอา จากศูนย์วิจัยฮัซซาร์ดของมหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า การที่เกิดพายุรุนแรงเพียงไม่กี่ครั้งไม่สามารถนำมาเกี่ยวโยงกับภาวะโลกร้อน และต้องใช้ข้อมูลที่มีประวัติยาวนานกว่านี้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มเห็นว่า พายุเพียงแค่นี้ก็เป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้วว่า ต่อไปพายุจะมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้น้ำทะเลในมหาสมุทรต่างๆ ร้อนขึ้น

ด้านศ.เคอรี่ เอ็มมานูเอล จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเส็ตต์หรือเอ็มไอที ที่ศึกษาเรื่องพายุมานาน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 50 กว่าปีที่ผ่านมามีพายุไซโคลนเกิดขึ้นถึง 2 เท่าตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ที่ปัญหาโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้น และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการทุบสถิติอุณหภูมิที่สูงขึ้นในหลายพื้นที่

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานกลุ่มอาเซียน มีความเห็นว่า การที่ชาวพม่าเสียชีวิตจำนวนมากคือไม่ต่ำกว่า 15,000 ราย เป็นเพราะมีประชากรเข้าไปตั้งถิ่นฐานบริเวณปากแม่น้ำอิรวดีมากขึ้น รวมทั้งป่าโกงกางซึ่งกั้นระหว่างทะเลและพื้นดินถูกทำลาย โดยป่าโกงกางนั้นถือเป็นกันชนกั้นคลื่น น้ำขึ้นและพายุ ไม่ให้เข้ามาทำลายบริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชนรุนแรงเกินไป

สำหรับพายุเฮอริเคน พายุไต้ฝุ่น และพายุไซโคลนมีลักษณะการเกิดเหมือนกันคือเกิดจากความร้อนและความชื้น อุณหภูมิของน้ำทะเลต้องไม่ต่ำกว่า 26-27 องศาเซลเซียส แต่จะเรียกเฮอริเคนเมื่อเกิดที่แอตแลนติก เรียกไต้ฝุ่นเมื่อเกิดที่แปซิฟิกและเกิดไซโคลนเมื่อเกิดที่มหาสมุทรอินเดีย

* * * * * * * * * * * * * * * * *

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2005511246

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-05-20 12:34:31 IP : 124.121.138.120


ความคิดเห็นที่ 32 (2786021)

 

วันโรคความดันโลหิตสูงโลก


วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี สมาพันธ์โรคความดันโลหิตสูงโลก ได้กำหนดให้เป็นวันโรคความดันโลหิตสูงโลก เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เพราะโรคนี้ได้รับการขนานนามว่า เป็นเพชฌฆาตเงียบ (Silent killer) โรคจะก่อตัวขึ้นทีละน้อย ค่อยเป็นค่อยไป ไม่แสดงอาการเหมือนการติดเชื้อโรค ทำให้ป่วยโดยไม่รู้ตัว เมื่อป่วยแล้วไม่มียารักษาหายขาด

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้คนทั่วโลกเป็นโรคความดันโลหิตสูง (สูงกว่าระดับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท) ราว 1,000 ล้านคน คาดว่าอีก 17 ปี จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มเป็น 1,600 ล้านคน สำหรับประเทศไทย ผลสำรวจสุขภาพครั้งล่าสุดในปี 2547 พบประชาชนที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไปที่มีประมาณ 51 ล้านคน มีความดันโลหิตสูงเฉลี่ย ร้อยละ 22 หรือมีประมาณ 11 ล้านคน หรือ พบคนมีความดันโลหิตสูงได้ 1 คน ในเกือบทุกๆ 5 คน คนไทยเสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูงปีละ 48,000 ราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 5 ราย และมีคนไทยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ประมาณ 250,000 คน

นพ.สุพรรณกล่าวต่อว่า กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ ผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี กินอาหารรสเค็มจัด คือกินเกลือแกงมากกว่า 6 กรัมต่อวัน กินผักผลไม้น้อย ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ไม่ออกกำลังกาย มีความเครียดเรื้อรัง และคนอ้วน การป้องกันโรค ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปควรตรวจวัดความดันโลหิตทุกปี และสังเกตอาการผิดปกติในร่างกาย เช่น วิงเวียนศีรษะ มึนงง ตาพร่ามัว เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก นอนไม่หลับ หากมีอาการเหล่านี้ขอให้ไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจและการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาภายหลัง

"โรคนี้หากไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จะมีผลทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง มีผลร้ายแรงต่ออวัยวะสำคัญคือ ไต หัวใจ สมอง มีโอกาสเสียชีวิตจากหัวใจวาย ถึงร้อยละ 60-75 เนื่องจากหัวใจต้องทำงานหนักในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ มีโอกาสเสียชีวิตจากเส้นเลือดสมองแตกหรืออุดตัน ร้อยละ 20-30 และมีโอกาสเสียชีวิตจากไตวายร้อยละ 5-10 ส่วนคนที่รอดชีวิตจะมีโอกาสเป็นอัมพาตมากกว่าปกติถึง 5 เท่า" โฆษก สธ.ระบุ

* * * * * * * * * * * * * * * * *

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2105511900

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-05-21 18:48:22 IP : 124.121.138.164


ความคิดเห็นที่ 33 (2799461)

 

สิทธิรับบำเหน็จ ข้าราชการพิการ

กรมบัญชีกลางมีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

 (เรื่องเสร็จที่ ๓๖๕/๒๕๕๑) ความว่า มีปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้และการตีความ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๑ กับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการทุพพลภาพ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยบำเหน็จความชอบ ค่าทดแทน และการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการ เนื่องในการป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ พ.ศ.๒๕๒๑ (ระเบียบ บ.ท.ช.) ดังนี้

 ๑.กรณีผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการทุพพลภาพตามระเบียบ บ.ท.ช. อยู่ก่อนแล้ว ต่อมาภายหลังได้ยื่นขอรับสิทธิบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพฯตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการจะต้องดำเนินการอย่างไร

๒.กรณีผู้มีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพและเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการฯ ต่อมา พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๕๕๑ บัญญัติให้ผู้มีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพที่ได้รับรวมกับบำนาญปกติ ถ้ามีจำนวนเงินรวมกันไม่ถึงเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ได้รับบำนาญพิเศษเพิ่มขึ้นอีกจนครบ ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งส่งผลให้ผู้มีสิทธิดังกล่าวข้างต้นได้รับเงินบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ และเงินเพิ่มรายเดือนต่างๆ เกินกว่า ๒ เท่าของอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนขั้นต่ำ ดังนั้น จะถือว่า บุคคลดังกล่าวไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการฯและต้องตัดเงินช่วยเหลือฯตามระเบียบ บ.ท.ช. หรือไม่ อย่างไร

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๒) เห็นว่า สิทธิในการรับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพเป็นไปตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนสิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการฯเป็นไปตามระเบียบ บ.ท.ช.) การพิจารณาเงื่อนไขแห่งการได้รับสิทธิดังกล่าวจึงต้องพิจารณาแยกต่างหากจากกัน สิทธิในการได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพเป็นสิทธิที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ เมื่อเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้โดยมิได้มีเงื่อนไขในการตัดสิทธินี้แล้ว จึงไม่อาจนำเรื่องการได้รับ

เงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการฯ ตามระเบียบ บ.ท.ช. มาเป็นเหตุตัดสิทธิการได้รับบำนาญพิเศษฯได้ สำหรับการได้รับเงินช่วยเหลือดำรงชีพผู้พิการฯเป็นนโยบายการบริหารราชการ การพิจารณาว่า บุคคลใดควรจะได้รับการช่วยเหลืออย่างไร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบ บ.ท.ช. และต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายใต้ระเบียบ บ.ท.ช. ถ้าเห็นว่า หลักเกณฑ์นั้นยังไม่เหมาะสม ก็สามารถเสนอแนะต่อ ครม.เพื่อแก้ไขปรับปรุงต่อไปได้ ปัญหาข้อหารือเป็นปัญหาการพิจารณาข้อเท็จจริง ซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละราย และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาบำเหน็จความชอบ ค่าทดแทน และการช่วยเหลือ (ก.บ.ท.ช.) ที่จะเป็นผู้พิจารณา

(มติชนออนไลน์ ๒๗ พค. ๒๕๕๑ )

 

* * * * * * * * * * * * * * * * *

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

2705511539

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-05-27 15:27:00 IP : 124.121.142.100


ความคิดเห็นที่ 34 (2812691)

 

อบรม ครอบครัวไอทีสร้างสรรค์

 

กลุ่มอนาคตไทย ร่วมกับ cwite.org เปิดอบรมเชิงปฏิบัติการครอบครัวไอทีสร้างสรรค์โดยวิทยากรจากไมโครซอฟท์ เพื่อแนะนำการดูแลบุตรหลานในการใช้ประโยชน์จากโลกไอที รวมถึงการแนะนำเว็บไชต์ดี มีประโยชน์ ในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 13.0 - 16.00 น. ที่ชั้น 11 อาคารสกุลไทยสุรวงศ์ทาวเวอร์ ถ.สุรวงศ์

 

สอบถามเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ 02-634-2990,02-234-3031.

 

* * * * * * * * * * * * * * * * *

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

0106511218

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-06-01 12:18:57 IP : 124.121.141.97


ความคิดเห็นที่ 35 (2826463)

 

ขรก.เฮเบิกค่าบำรุงการศึกษาที่โรงเรียนเก็บเพิ่มได้-หลังกฤษฎีกาไฟเขียว รอคลังออกระเบียบ

"กษมา" เผย 10 รายร้องโดนรีดเป็นค่าขาดแคลนสาธารณูปโภค หลังกฤษฎีกาตีความโรงเรียนขอรับเงินผู้ปกครองได้เฉพาะหลักสูตรพิเศษ แต่ต้องสมัครใจ ห้ามบังคับจ่ายรายบุคคล หรือเรียกเก็บทุกคน ส่วน ขรก.มีสิทธิเบิกเงินส่วนที่จ่ายเพิ่มเติมให้สถานศึกษาได้ แต่ต้องรอประกาศกฎเกณฑ์ออกมาก่อน

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ประชุมตีความกรณีโรงเรียนเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ปกครองได้หรือไม่เสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา เพียงแต่ยังไม่ได้แจ้งผลการตีความกลับมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่ทราบจากบันทึกการประชุมว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาลงความเห็นให้โรงเรียนขอรับเงินเป็นบางกรณีจากผู้ปกครองได้ เช่น โรงเรียนจัดให้บริการทางการศึกษาพิเศษนอกเหนือหลักสูตรปกติให้แก่นักเรียน หรือขอบริจาคเงินจากผู้ปกครองมาแก้ปัญหาความขาดแคลนต่างๆ อาทิ จ่ายค่าสาธารณูปโภค

อย่างไรก็ดี การจ่ายเงินต้องเป็นความสมัครใจของผู้ปกครอง ไม่ใช่บังคับจ่ายรายบุคคล หรือเรียกเก็บทุกคน ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาขอให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งให้ละเอียดว่า รายการใดบ้างอยู่ในการจัดการศึกษาตามหลักสูตร และรายการใดเป็นบริการเสริมพิเศษนอกเหนือหลักสูตร ซึ่งโรงเรียนควรแจกแจงให้ผู้ปกครองรู้เช่นเดียวกันว่า เงินที่ขอเก็บตามความสมัครใจจากผู้ปกครองนำไปใช้เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องใดบ้าง

คุณหญิงกษมากล่าวว่า การตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกานับว่า ยืดหยุ่นและสะท้อนความเป็นจริง และสอดคล้องในหลักการกับนโยบายของ สพฐ. หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหนังสือแจ้งเรื่องอย่างเป็นทางการมายัง สพฐ.แล้ว จะต้องรอให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กำหนดประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาที่อนุญาตให้ข้าราชการเบิกเงินสวัสดิการการศึกษาของบุตรได้เสร็จเรียบร้อยก่อน เพื่อรองรับว่า ข้าราชการสามารถเบิกในส่วนที่จ่ายเพิ่มเติมให้โรงเรียนได้ ซึ่งกรมบัญชีกลางมักจะกำหนดให้เบิกได้ตามอัตราและประเภทเงินบำรุงการศึกษาที่ ศธ.กำหนด ด้วยเหตุนี้ สพฐ.จะต้องมาจัดทำประกาศ ศธ.ว่า ด้วยการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อทุกขั้นตอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ปกครองที่เป็นข้าราชการจึงจะสามารถเบิกเงินสวัสดิการทางการศึกษาได้

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวถึงเรื่องผู้ปกครองร้องเรียนโรงเรียนเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมโดยไม่ถามความสมัครใจว่า มีเรื่องร้องเรียนลักษณะนี้มากว่า 10 ราย อยู่ในระหว่างตรวจสอบ และได้นำหนังสือคำสั่งออกไปถึงโรงเรียนต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2551 แล้วว่า เมื่อได้รับงบฯค่าใช้จ่ายรายหัวเพิ่มจากรัฐบาลในปีนี้ สถานศึกษาต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายจากนักเรียนเพิ่มเติมเป็นรายบุคคล แต่ถ้าโรงเรียนจำเป็นต้องขอระดมเงินจากผู้ปกครองจะเป็นไปตามความสมัครใจใน 2 กรณี คือ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนต่างๆ เช่น ครู หรือจ่ายค่าสาธารณูปโภค หรือเพื่อจัดบริการพิเศษนอกเหนือหลักสูตรปกติให้กับนักเรียน หากผู้ปกครองไม่สมัครใจจ่าย โรงเรียนไม่มีสิทธิเก็บเงิน หรือถ้าเก็บมาแล้วก็ต้องคืน ซึ่งมีหลายโรงเรียนได้คืนเงินให้ผู้ปกครองไปบ้างแล้ว

* * * * * * * * * * * * * * * * *

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

0406511523

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2008-06-04 15:23:51 IP : 124.121.140.17



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.