ReadyPlanet.com


โรคสะเก็ดเงิน.......


โซริอาซิส หรือโรคสะเก็ดเงิน

    สะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยและก่อให้เกิดความเครียดต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ลักษณะของโรคคือ ผิวหนังเป็นผื่นเล็กๆ มีสีแดง มีขอบชัดเจน อาจจะมีทรงกลมหรือรูปไข่ และมีขุยหรือสะเก็ดสีขาวเงิน ซึ่งค่อนข้างจะติดแน่น และเมื่อแกะขุยออกจะมีเลือดออก ผื่นอาจจะขยายวงกว้างออกไป ผื่นจะมีหลายรูลักษณะของด้วยกัน

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน

สะเก็ดเงินเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ สาเหตุที่แท้จริงนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ผลที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง คือ มีการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังจะเร็วขึ้นกว่าปกติ และทำให้ ผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นมีความหนากว่าผิวหนังปกติ อีกสาเหตุหนึ่งที่เชื่อว่าทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน คือการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติต่อผิวหนัง แต่สาเหตุนี้ก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

อีกสาเหตุหนึ่งของโรคสะเก็ดเงิน คือ ปัจจัยทางพันธุกรรมที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

อะไรคือตัวกระตุ้นของโรค

  • อากาศที่เย็นจัด
  • การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและเป็นประจำ
  • ยาบางชนิดที่เป็นตัวกระตุ้น เช่น ลิเทียม เบต้า บล็อคเกอร์ ใช้ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และยารักษาโรคมาเลเรีย
  • การบาดเจ็บของผิวหนัง รอยฉีกขาด รอยแกะ รอยเกา เป็นต้น
  • การสูบบุหรี่อีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นของโรค
  • อาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อสเตร็ปโตคอคคัส
  • ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม เช่น ความเครียด

กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคสะเก็ดเงิน

  • ปัจจัยทางพันธุกรรมก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
  • เด็กหรือผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันที่ต่ำ ร่วมกับอาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อสเตร็ปโตคอคคัส หรือในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV และภูมิคุ้มกันไม่สามารถต่อต้านโรคแทรกซ้อนได้
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาน้ำหนักตัว หรือ โรคอ้วนก็สามารถเป็นโรคสะเก็ดเงินได้ โดยเฉพาะบริเวณข้อพับต่างๆ เช่น ขาหนีบ เป็นต้น

ชนิดของโรคสะเก็ดเงิน

  • Erythrodermic คือ การอักเสบของสะเก็ดเงินเป็นชนิดที่พบน้อยที่สุด มักพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคสะเก็ดเงินโดยผื่นสะเก็ดเงินจะหลุดง่าย ผื่นชนิดนี้มีลักษณะแดง กระจายไปทั่วและมักจะมีอาการบวม ปวด คันร่วมด้วย
  • Guttate ลักษณะของผื่นจะเหมือนรูปหยดน้ำเล็กๆเป็นหยดๆ สีแดง ผื่นนี้จะพบมากบริเวณลำตัวและแขนขา มักจะพบในเด็กและวัยรุ่นโดยมีการติดเชื้อของผิวหนังเป็นตัวกระตุ้น
  • Inverse สะเก็ดเงินชนิดนี้มักจะพบในคนอ้วน มีเหงื่อออกมาก และมีการระคายเคือง มักพบบริเวณข้อพับ เช่น ขาหนีบ รักแร้ เต้านม ก้น ลักษณะผื่นจะราบเรียบ มีการอักเสบแดง ผิวแห้ง ไม่มีขุยและหนาตัว
  • สะเก็ดเงินที่เกิดขึ้นที่เล็บ เป็นความผิดปกติที่พื้นเล็บทำให้ผิวเล็บด้านล่างมีขุยสีขาวอยู่ใต้เล็บ หรือเล็บจะเป็นหลุมเกิดการหนาตัวอยู่ใต้เล็บ
  • Pustular สะเก็ดเงินชนิดนี้ ผื่นจะมีลักษณะเป็นปื้นปกคลุมด้วยสะเก็ดสีเทาเงินที่บริเวณมือ เท้า หรือปลายนิ้วมือ ผู้ป่วยมักจะมีอาการอ่อนเพลีย พร้อมมีไข้สูง
  • Scalpโรคสะเก็ดเงินที่ขึ้นบนบริเวณหนังศีรษะ จะมีลักษณะเป็นขุยหรือสะเก็ดสีแดงและสีขาวเงิน มีอาการคันร่วมด้วย
  • Plaque สะเก็ดเงินชนิดนี้พบบ่อยที่สุด ลักษณะจะเป็นผิวหนังที่มีผื่นแดง นูนหนามีขอบชัดเจน บนผื่นจะมีสะเก็ดขาวเหมือนเงินอยู่บนผื่น สะเก็ดนี้เป็นเซลล์ผิวหนังซึ่งตายแล้ว ผิวหนังบริเวณผื่นมักจะแห้ง คันและเกิดเป็นแผลได้ง่าย

อาการอื่นๆของโรคสะเก็ดเงิน เช่น เยื่อบุตาอักเสบ หรือข้ออักเสบจากโรคสะเก็ดเงิน หรือที่เรียกว่าPsoriasis arthritis ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการค่อยๆปวดที่ข้อ แต่ในบางรายอาการอาจจะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน

การรักษาโรคสะเก็ดเงิน

ผู้ป่วยที่เป็นโรคสะเก็ดเงินจะสามารถสังเกตได้จากผื่นแดงที่ผิวหนัง และอาการที่พบร่วมด้วยคือ อาการที่แสบร้อนหรือคัน แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษา โดยจะเลือกใช้ยาและการรักษาด้วยการใช้แสงอัลตราไวโอเลตเพื่อควบคุมผื่นผิวหนังที่อักเสบ

ยาที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน จัดได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • การใช้ยาทาเฉพาะที่ เช่น ยาทาสเตียรอยด์ เป็นยาที่ใช้รักษาผื่นโรคสะเก็ดเงินที่ใช้บ่อยที่สุด ซึ่งยาทาสเตียรอยด์นี้มีหลายชนิด เช่น ครีม ขี้ผึ้ง เจล หรือสารละลาย
  • การรักษาโดยใช้แสง (UA) ในผู้ป่วยบางรายที่เป็นมาก หรือเป็นโรคสะเก็ดเงินทั่วตัว การใช้ยาทาอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ ดังนั้นการรักษาโดยการใช้แสง UVB หรือใช้แสง UVA จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แม้ว่าแสงอุลตราไวโอเลตจะมีผลเสียต่อผิวหนังในระยะยาว แต่แพทย์สามารถกำหนดคลื่นความยาวและระยะเวลาในการฉายแสงแต่ละครั้งให้อยู่ในช่วงที่ปลอดภัย
  • ยารับประทาน ในผู้ป่วยที่มีอาการของโรคมาก แพทย์อาจให้ยารับประทาน แต่ยารับประทานที่รักษาอาการของโรคสะเก็ดเงินนั้น มักมีผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรง ดังนั้นระหว่างรับประทานยา แพทย์จะตรวจเลือดเป็นระยะ เพื่อดูการทำงานของตับ และไขกระดูก เป็นต้น

การดูแลเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน

การดูแลรักษาความสะอาดเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงินนั้น จะสามารถช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน และอาการคันได้ดี อย่างไรก็ตามควรพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อการรักษาที่ต่อเนื่อง

  • อาบน้ำหรือแช่น้ำจะช่วยให้บริเวณผื่นมีความชุ่มชื้น บรรเทาอาการอักเสบได้ดี และ ควรใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม
  • ควรใช้ครีมทาตัวหลังการอาบน้ำทุกครั้ง ครีมทาตัวนั้นจะช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวหนังแห้ง คัน
  • หากเป็นโรคสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ ควรใช้ยาทาสเตียรอยด์ชนิดครีมเหลว หรือครีมน้ำ
  • ควรหลีกเลี่ยงจากตัวกระตุ้นที่จะทำให้เกิดโรค

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Contact Center โทร. 1719 (24 ชม.)  หรือ  รับคำปรึกษาจากแพทย์ได้

- - - - - - - - - - - - - - - - - -  

พันตรีศิริชัย   ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล (ส.พ.ค.)

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ

สมาคมคนพิการ

3006531143

*********************

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com ) :: วันที่ลงประกาศ 2010-06-30 11:43:22 IP : 124.121.140.229


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.