ReadyPlanet.com


ตาบอดสี - ใบขับขี่ - กรมการขนส่งทางบก


ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯ จี้....

กรมการขนส่งทางบก

ปรับเกณฑ์การตรวจวัดคนตาบอดสี

เพื่อออกใบขับขี่ แนะควรวัดศักยภาพการอ่านไฟจราจรหากผ่านต้องออกใบอนุญาตฯ ชี้ผู้ป่วยใช้สัญชาตญาณเรียนรู้เองได้ จักษุแพทย์ย้ำอาการตาบอดสีรักษาไม่ได้ ต้องคัดกรองตั้งแต่เด็ก ป้องกันการเลือกอาชีพที่ไม่เหมาะสม
       
       
ผศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากกรณีที่ทางราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยได้รับหนังสือจากสำนักงานผู้ตรวจราชการแผ่นดินเกี่ยวกับกรณีการร้องเรียนจากประชาชนที่ป่วยตาบอดสี ในเรื่องความไม่เหมาะสมของระเบียบของกรมการขนส่งทางบอกที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตขับขี่รถแก่ผู้ที่ตาบอดสีได้ และทางสำนักงานฯได้ประสานมายังราชวิทยาลัยฯเพื่อขอความคิดเห็นในกรณีดังกล่าว ซึ่งทางราชวิทยาลัย ได้ส่งหนังสือเลขที่ รจท.169/2553ลงวันที่ 22 ธ.ค. 2553 โดยให้ความเห็นว่า ผู้ที่มีตาบอดสีนั้นจะก็สีผิดไปจากคนปกติก็จริง แต่ยังมีความสามารถในการแยกสีไฟจราจรได้โดยไม่มีปัญหา แม้จะไม่ชัดมากแต่ไฟจราจรก็มีช่องว่างและลำดับชัดเจน คือ แดง เหลือง เขียว และมีความสว่างของไฟทีเหมาะสม รวมทั้งใช้ประสบการณ์ในการเรียนรู้ของผู้อื่นได้ ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนอย่างแน่นอน 2.ทั่วโลก เช่น ประเทศต่างๆ ในยุโรป สหรัฐอเมริกา บางมลรัฐ แค่มีการตรวจผู้ตาบอดสีและอนุญาตให้สามารถขับขี่รถยนต์ได้แล้ว มีเพียงบางประเทศซึ่งส่วนมากในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เท่านั้นที่ยังไม่อนุญาต และ 3 เสนอให้กรมขนส่งทางบอกตรวจวินิจฉัยผู้ตาบอดสีได้แต่ให้ใช้หลักการดูไฟ เขียว เหลืองแดง เหมือนไฟจราจร ซึ่งหนังสือดังกล่าวตนลงนามไปแล้ว ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการแผ่นดินได้เสนอข้อคิดเห็นไปยังกรมการขนส่งทางบอกแล้วให้พิจารณาปรับปรุงเกณฑ์และวิธีการทดสอบผู้ตาบอดสี แต่ทางกรมก็ยังนิ่งเฉย
       
       “
จากประสบการณ์ที่เคยพบนั้น ผู้ที่ตาบอดสีบางคนไม่เคยรู้ตัวว่าป่วย และสามารถขับรถได้ปกติ จนมาถึงช่วงที่ต้องตรวจคัดกรองเพื่อขอใบขับขี่จึงทราบ ส่วนนี้เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรม ดังนั้นจึงอยากให้กรมการขนส่งเห็นใจประชาชน ซึ่งหากต้องการความร่วมมือจากแพทย์ ราชวิทยาลัยฯ ก็ยินดีจะอำนวยความสะดวกในการตรวจคัดกรองได้ เพื่อยืนยันว่าผู้ตาบอดสีนั้นมีอาการในระดับใดมองสีเพี้ยนเพียงใดผศ.นพ.ศักดิ์ชัยกล่าว
       
       ผศ.นพ.ศักดิ์ชัยกล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ของผู้ตาบอดสีในประเทศไทยนั้นพบเพียงแค่ร้อยละ 7 ของประชากรทั้งหมด ส่วนใหญ่สามารถขับขี่รถได้โดยอาศัยสัญชาตญาณการพึ่งพาตนเอง ในการแยกลำดับ ซึ่งเรียนรู้จากคนรอบข้าง อย่างไรก็ตาม หากจะตรวจวัดก็ควรวัดแค่ศักยภาพในการมองสีสัญญาณไฟจราจรคู่กับการเรียนรู้กฎจราจรด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ควรวัดละเอียดแบบการตรวจสายตา

(ยังมีต่อ......)



ผู้ตั้งกระทู้ พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2011-09-09 18:03:40 IP : 125.26.24.119


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3255484)

ทั่วไป เพื่อความเสมอภาค ซึ่งส่วนนี้ ศ.ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน ลงนามเห็นชอบกับราชวิทยาลัยฯ แล้ว

 

ด้าน นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี กล่าวว่า ในทางการแพทย์นั้น ตาบอดสีไม่สามารถรักษาหายขาดได้ โดยจากการทบทวนงานการศึกษาของสหรัฐอเมริกา นั้นพบว่า ผู้ตาบอดสีส่วนใหญ่เป็นเพศชายพบได้ 1 ใน 12 ขณะที่เพศหญิงพบได้ 1 .ใน 200 ราย หรือชายพบได้ร้อยละ 8 หญิงพบได้ร้อยละ 0.5 เท่านั้น ซึ่งผู้ตาบอดสีได้รับการตรวจคัดกรองด้วยวิธีการอ่านเครื่องมือแบบสากลที่เรียกว่า อิชิฮาราเทสต์ (IshiHaRA’s test) และหากจะคัดกรองเพื่อป้องกันปัญหาในการใช้ชีวิตก็ต้องคัดกรองตั้งแต่เด็ก เพื่อที่ครู ผู้ปกครอง จะได้ให้คำแนะนำในการเลือกเรียนและเลือกอาชีพ เนื่องจากบางอาชีพนั้นต้องใช้ความละเอียดในการแยกสีสูง เช่น อาชีพ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ นักออกแบบกราฟิกดีไซน์
       
       จักษุแพทย์กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุของตาบอดสีนั้นมีหลายอย่าง บางรายเกิดจากพันธุกรรม เนื่องจากตาเซลล์ประสาทชนิดหนึ่ง ในม่านตาซึ่งมีความไวต่อสีต่างๆ มีความบกพร่องหรือพิการ ทำให้ดวงตาไม่สามารถที่จะมองเห็นสีบางสีได้ ตาบอดสี มีหลายชนิด ชนิดที่ทุกคนรู้จักโดยทั่วไปได้แก่ ตาบอดสีที่มองสีเขียว กับสีแดงไม่เห็น (Red - Green blindness) ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถแยกสีแดงกับสีเขียวจากสีอื่นๆ ได้ ดังนั้น
คนตาบอดสีชนิดนี้จะมองเห็นสิ่งต่างๆ ในโลกเป็นสีน้ำเงิน สีเหลือง สีขาว สีดำ สีเทา และส่วนผสมของสีเหล่านั้นทั้งหมด บางรายแยกสีแดงและสีเขียวค่อนข้างลำบากโดยเฉพาะเวลาที่แสงไม่สว่างนัก ขณะที่บางรายไม่สามารถแยกสีน้ำเงินกับสีเหลือง จะมีบ้างเหมือนกันที่เป็นโรคตาบอดสีทุกสีเลยแต่เป็นส่วนน้อยมาก คนที่บอดสี แดง-เขียวมักจะบอดสี น้ำเงิน-เหลืองด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นตาบอดสีชนิดใด ล้วนจะมีสายตาหรือการมองเห็น (vision) ที่เป็นปกติ เพียงแต่ความสามารถในการแยกสี ไม่ปกติเท่านั้นเอง ส่วนอาการร่วมก็เกิดจากภาวะโรคอื่นที่ไปรบกวนเซลล์ประสาทตา หรือจอประสาทตาเส้นประสาทตาถูกทำลาย หรือส่วนรับรู้ในสมอง จากสาเหตุต่างๆ เช่น การเกิดโรคพากินสัน การเกิดอัลไซเมอร์ การอักเสบ ภาวะขาดเลือด อุบัติเหตุเนื้องอก หรือผลข้างเคียงจากยาหรือสารเคมี
       
       นพ.ฐาปนวงศ์กล่าวด้วยว่า กรณีการขับรถนั้นไม่ใช่ว่าทุกรายจะมีปัญหาเหมือนกัน กรณีที่บางรายถ้าอาการหนักถึงขั้นแยกช่องว่างไม่ออกและมีอาการมองสิ่งของเป็นสีขาว เทา ดำ แบบนี้ก็ไม่ควรให้ขับขี่รถ แต่อาการจะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของแพทย์ จึงอยากให้กรณีของกรมการขนส่งทางบอกนั้นมีการแก้ไขหลักเกณฑ์ให้เหมาะสม อย่าพยายามเหมารวม

--------------------------------------------------------

WWW.waddeeja.com

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

9-09-54

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2011-09-09 18:06:20 IP : 125.26.24.119


ความคิดเห็นที่ 2 (3313986)

ไปสอบมาแล้ววันนี้ ก็ไม่ผ่านครับ อยากได้มาก เพราะ 19  ตค 2556  นี้ต้องขับรถกลับ ตจว ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น จรูญ (chakriphan-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-10-08 11:44:31 IP : 183.89.59.54


ความคิดเห็นที่ 3 (4045009)

 เสียใจมากครับ ไม่มีใครเห็นใจและเห็นความสำคัญของการถูกลิดรอนสิทธิ์ (ทางตรงและทางอ้อม) ผมอยากเห็นคนตาบอดสีได้เลือกงานที่ชอบ ในที่ ๆ ชอบ จะใกล้บ้าน ไกลบ้านหรือว่าตัวเมือง บ้านนอก ได้หมด การมีไม่มีใบขับขี่ส่งผลทางอ้อมด้านที่ทำงาน ส่วนการลิดรอนสิทธิ์ด้านการเรียนและอาชีพ ไม่เคยมีใคร อนุญาตให้ทดลองเรียนหรือทำงานเลยครับอาชีพที่ถูกลิดรอนสิทธิ์ไปนั้นล้วนแต่เป็นอาชีพในฝันของตนเองและครอบครัว แล้วก็เป็นอาชีพซึ่งผมคิดว่ามากเกินครึ่งนึงของอาชีพทั้งหมดที่ถูกลิดรอนสิทธิ์ แม้อาชีพนั้นไม่ได้ใช้สีโดยละเอียดก็ตาม

ผู้แสดงความคิดเห็น กมล อัจจิมารุ่งโรจน์ (kamol0869222670-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2017-04-16 20:45:47 IP : 223.206.107.2


ความคิดเห็นที่ 4 (4045083)

  เชิญคนพิการเข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด - ปิด และ

เรียนคุณ...... กมล

 

คุณระบาย เพื่อบอกความในใจ....... ของคุณ ถ้าคุณโทรหาผม ผมมีคำแนะนำ

ประเทศไทยของเรา ..... เสียงเดียว ทำอะไรไม่ได้ครับ

ถ้าคุณได้รับคำแนะนำจากผม  คุณจะทำได้..... ถ้าคุณสู้.

 

โทร 063 919 3615

 

 Google + maj sirichai sapsiri

FB.สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล  

www.apdi2002.com

 

พันตรีศิริชัย  ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

17 เมษายน 60

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ วันที่ตอบ 2017-04-17 10:37:41 IP : 125.26.216.50



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.