ReadyPlanet.com


จี้...สมชายออก


คุมไม่ได้แล้ว!! จี้"สมชาย"ออกตั้งรัฐบาลพิเศษ

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์25 พฤศจิกายน 2551 22:55 น.

 

 

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิด
       
       
ขึ้นในขณะนี้ว่า เป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลควบคุมให้อยู่ในภาวะเรียบร้อยไม่ได้แล้ว ที่ทำงานกี่แห่ง พันธมิตรฯ ก็ตามยึดหมด และถ้ารัฐบาลยังมีความรับผิดชอบก็มี 2 ทางเลือก คือ
        1.
ลาออก เพื่อให้เหตุการณ์จบ และพรรครัฐบาลว่าจะฟอร์มรัฐบาลใหม่อย่างไร เพื่อให้เป็น รัฐบาลรูปแบบพิเศษ โดยเอาทุกฝ่ายเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เพื่อทำให้สถานการณ์กลับสู่ปกติ ซึ่งรัฐบาลรูปแบบพิเศษ ไม่ใช่รัฐบาลตามโควต้าของพรรคการเมืองอย่างที่เป็นอยู่ ที่เอาคนที่ประชาชนไม่รู้หน้า ไม่รู้จัก หน้าตาดูไม่ได้ ทำงานไม่เป็น มารับผิดชอบ พูดจาก็แย่ เหมือนเช่น พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย ที่ทำงานไม่ได้เรื่องที่สุด เท่าที่เคยเห็นมา พูดจาก็ไม่ดี ไปตอบกระทู้ในสภาว่าม็อบนี้ปราบ ไม่ได้ เพราะเป็นม็อบที่มีเส้น ถือว่าเสียมาตรฐานคนเป็น รมว.มหาดไทยหมด
        2 .
ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ให้ประชาชนได้กลับบ้าน กลุ่มพันธมิตรฯ ก็กลับบ้าน เปิดโอกาส
       
ให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้นำคนใหม่ และนักการเมืองคนใหม่ เข้ามาบริหารบ้านเมือง
       
อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าทั้ง 2 ทางออกนี้ รัฐบาลไม่ทำ เพราะรัฐบาลนี้ดื้อด้าน และไม่สนใจ ความเสียหายของบ้านเมือง ดูเหมือนจะพยายามจงใจให้เห็นว่า บ้านเมืองนี้ไปไม่ได้แล้ว จะได้สอด
คล้องกับเสียงเรียกร้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ขอกลับมาเป็นอัศวินม้าขาว อัศวิน***ดำ มาแก้ ปัญหาบ้านเมือง เพราะฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำ ไม่มีทางถูกใจประชาชนส่วนใหญ่ได้ เพราะปล่อยปละ ละเลยสถานการณ์แล้วทำให้สอดคล้องกับสิ่งที่นายเขาต้องการจริงๆ คือ พ.ต.ท. ทักษิณ
ส่วนการปฏิวัติ นั้นไม่เห็นด้วยเพราะจะไปทำให้สถานการณ์การเมืองเลวร้ายไปกว่านี้ เพราะสภาพความเป็นสากลไม่เอื้ออำนวยให้ประเทศไทยต้องเลือกเอาแนวทางเผด็จการ มาบริหารบ้านเมือง
ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวกลางในการเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ
เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ นายสุเทพ กล่าวว่า การเจรจาเป็นเรื่องที่ดี เพราะสงครามก็ยังมีการเจรจาเพื่อหาข้อยุติ เพราะฉะนั้น คนไทยด้วยกันแท้ๆ ก็น่าจะเจรจากันได้ แต่รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการเจรจา แต่ถ้าให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวกลางในการจัดเจรจา ตนยังไม่ได้หารือกันภายในพรรค แต่ในส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะตนไม่เชื่อใจรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากคนกลางต้องเป็นที่ไว้ใจได้ แล้วคนกลางก็ต้องไว้ใจผู้เจรจาด้วยว่าเป็นคนที่มีเกียรติยศ รักษาคำพูด เมื่อพูดจาและตกลงกันแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตาม  "แต่ผมเห็นว่า คนในรัฐบาลนี้เป็นพวกไม่เกียรติยศ รักษาคำพูดไม่ได้ พูดอย่าง ทำอย่าง มีเล่ห์เหลี่ยมตลอดเวลา เล่นการเมืองทั้งบนดิน และใต้ดิน พ.ต.ท.ทักษิณ เล่นใต้ดิน รัฐบาลเล่นบนดินแล้วก็ประสานกัน โดยพูดจาสร้างความแตกแยกตลอด ที่ผ่านมามีการติดต่อมาขอเจรจาด้วย แต่ผมไม่เคยเจรจาเลย แต่ว่าเรื่องของบ้านเมือง ผมเห็นว่าควรจะเจราจา แต่สำคัญที่สุด คือจะเจรจากับใคร แล้ว ฝ่ายรัฐบาลเป็นใคร เพราะต้องเจรจากันทั้งคณะรัฐมนตรี และฝ่ายพันธมิตรฯ ให้มานั่งพูดคุยกัน เพราะ  ถือเป็นคู่กรณี"  ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์จะรุนแรงหรือไม่ เพราะ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยวันนี้(26พ.ย.) นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ห่วงนายกฯ เพราะไม่มี ความรัก ความผูกพัน ไม่มีความหวังอะไรกับนายกฯคนนี้ แต่ที่ห่วงคือบ้านเมือง
       
       **
สภาทาสหยุดรับใช้รัฐบาล
       
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมถึงการเคลื่อนไหวของ กลุ่มพันธมิตรฯ ว่า หากการต่อสู้ระหว่างพันธมิตรฯกับรัฐบาล หากยังคงยืดเยื้อต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงกับประเทศชาติ ดังนั้นวิปฝ่ายค้านจึงขอเสนอทางออก 3 แนวทาง คือ

1. รัฐสภาต้องดำรงบทบาทที่มีความเป็นอิสระ โดยต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล เพราะหากสภาตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล เหมือนที่บางกลุ่มเรียกว่าสภาทาส จะเป็นเรื่องยากที่สภาจะดำรงอยู่ และสามารถทำงานต่อไปได้

2. รัฐบาลจะต้องถอดเงื่อนไขที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งลงคือ กรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
 
ถ้าเป็นไปได้ พรรคพลังประชาชนควรเจรจากับ คปพร. ให้ถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกจากการ
 
เสนอสู่ที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ และรัฐบาลจะต้องมีท่าทีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่
 
ชัดเจนกว่านี้ ในเชิงของการเคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการถอน พาสปอร์ตแดง และ
 
การนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมารับผิดในกระบวนการยุติธรรม และรัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิด ชอบกับเหตุการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค. เนื่องจากเวลาที่ผ่านมา 1 เดือนกว่าแล้ว ยังไม่มีความรับผิดชอบใดหลุดออกมาจากปากของนายกฯ ซึ่งถือว่าตรงนี้เป็นจริยธรรมของคนเป็นนายกฯ ที่ชัดเจนรวมไปถึงรัฐบาลจะต้องกำกับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ติดตามเอาผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ชุมนุมของพันธมิตรฯ มาดำเนินคดีให้ได้
 3 .
การเจรจาระหว่างรัฐบาล และพันธมิตรฯ ถือเป็นทางออกเดียวในขณะนี้ ที่จะช่วยแบ่ง 
เบาสถานการณ์ได้
       
       **
ยุบสภาทางออกสุดท้าย
       
อย่างไรก็ตาม หากทั้ง 3 ข้อนี้ยังไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะโดยความตั้งใจของรัฐบาลที่จะ
       
ไม่ทำ โดยจะสู้ต่อหรือในกรณีใดก็ตาม วิปฝ่ายค้านเห็นว่า ไม่มีทางออกอื่น หนทางสุดท้ายคือ รัฐบาลคงต้องตัดสินใจยุบสภา เพราะการยุบสภาน่าจะเป็นทางออกสุดท้าย ที่จะยุติสถานการณ์ทั้งหมดใน  ขณะนี้ลงได้ ถ้ารัฐบาลเห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง คิดว่าข้อเสนอทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นข้อเสนอที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาล ก็ควรจะนำกลับไปพิจารณา "ผมไม่อยากให้เห็นว่า เราเรียกร้องยุบสภาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง แต่ผมเห็นว่าสถานการณ์ในขณะ นี้พัฒนาไปสู่สถาพของการที่รัฐบาลทำงานไม่ได้ สภาก็ทำงานไม่ได้ ถ้าทั้ง 2 องค์กรนี้ทำงานไม่ได้สภาพของประเทศก็ยากที่จะเดิน และไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศต่อไปได้" นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ข้อสังเกตในเวลาที่รัฐบาลกับกลุ่มพันธมิตรฯ ยังขัดแย้งกัน การทำงานในพรรคร่วมรัฐบาลหลายกระทรวงยังมีข่าวที่น่าสลดใจอย่างยิ่งคือ มีกรณีข้อกล่าวหา ความไม่โปร่งใส และเรื่องของการทุจริตเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีฝายแม้ว การรับจำนำข้าว ดังนั้น ถ้าภาวะนี้ยังอยู่ เราคิดว่าประเทศยากที่จะแก้ไขปัญหาประชาชนแล้วเดินหน้า ดังนั้น การตัดสินใจทางการเมืองต้องเกิดขึ้นทันที มากกว่าที่รัฐบาลจะผ่อนภาระนี้ต่อไปเรื่อยๆ  นาย เทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมชาย ระบุว่าจะไม่ลาออก เพราะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้นประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสิน ว่าตนไม่เข้าใจว่าทำไมนายกฯ จึงแอบอ้างเอาประชาชนเป็นเกราะกำบัง เพื่อดันทุรังอยู่ในตำแหน่งต่อไปและที่กลุ่มพันธมิตรฯ จำนวนมากออกมาขับไล่นายกฯทุกวัน คนเหล่านี้ไม่ใช่ประชาชน หรือ อย่ามาแอบอ้างประชาชน คนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่จะบังคับให้นายกฯลาออกได้ เชื่อว่าเพียงคนๆ เดียวที่อยู่ในเมืองดูไบในตอนนี้ ยกหูโทรศัพท์มาให้ลาออก ก็เชื่อว่านายกฯ จะลาออกทันที โดยก็ไม่ได้สนใจเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน "ผมอยากให้นายกฯ รีบตัดสินใจแก้ปัญหาวิกฤตชาติด้วยตัวเอง เพราะท่าน คือกุญแจ
สำคัญที่จะไขปัญหาของบ้านเมืองให้พ้นจากวิกฤตได้ เพียงประกาศลาออกหรือยุบสภา ก็สามารถ
ปลดล็อกได้ทันที วันนี้นายกฯ หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศ ในฐานะผู้นำสูงสุดแล้ว และการที่นายกฯ ไปประชุมเอเปกที่ประเทศเปรูนั้น จะตอบคำถามผู้นำสมาชิกเอเปกได้อย่างไรว่าตนเองมีอำนาจเต็มอยู่ เพราะทำเนียบรัฐบาลทั้ง 2 แห่ง ก็ถูกประชาชนยึด รัฐสภาก็ถูกประชาชนปิดล้อม มือที่เปื้อนเลือดเมื่อวันที่ 7 ตุลาฯ ก็ยังไม่ได้ล้าง แล้วจะไปสัมผัสกับมิตรประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิได้อย่างไร" นายเทพไท กล่าว
       
นายเทพไทกล่าวว่า สถานการณ์การเมืองในวันนี้ ความขัดแย้งของสังคม จะย้อนรอย เหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ที่มีกลุ่มนักศึกษา และประชาชนต่อต้านรัฐบาล และฝ่ายรัฐบาลก็ใช้สถานีวิทยุเสียงสามยอด โดยมี 3 โฆษกคอยปลุกระดม และจัดตั้งกลุ่มกระทิงแดง ขึ้นมาต่อต้าน และในวันนี้กลุ่มพันธมิตรฯ เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ฝ่ายรัฐบาลก็ได้ใช้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ โดยให้สามเกลอหัวกลมจัดรายการปลุกระดม และจัดตั้งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขึ้นมาต่อต้านพันธมิตรฯ และที่เหมือนกันอีกอย่างคือ มีการนำเรื่องของศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ที่เคยมีพระกิตติวุฒิโฑ แห่งจิตตภาวัน ออกเทศนาว่า ฆ่าคอมมิวนิสต์ ไม่บาป ซึ่งคล้ายกับกลุ่มนปช.จัดรายการความจริงวันนี้ ในวัดสวนแก้ว โดยให้พระพยอม  กัลยาโณ เทศนาเปิดเวที"  นายเทพไท กล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลไม่แก้ไข ความขัดแย้งดังกล่าวปล่อยให้ประชาชนเผชิญหน้า และประหัต ประหาร จนเลือดนองแผ่นดิน รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ และถ้าหาก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนทนไม่ได้ และเบื่อหน่ายความขัดแย้งกลับไปเรียกหาทหารมาแก้ไขปัญหา แล้วรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายไม่ปรารถนา และไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด ไม่ว่าจะเป็นทหาร นักการเมือง ประชาชน และประเทศชาติก็จะได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า


       **
ประเมินแม้วทุ่มเงินซื้อแหลก
       
รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุม ส.ส.วานนี้ ( 25 พ.ย.) นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่
ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ที่เคลื่อนไหวชุมนุมที่ต่างๆจะเริ่มอ่อนแรงลง อีกทั้งรัฐบาลมีกุนซือใหม่จึงทำให้สถานาการณ์ไม่มีการปะทะ หรือแตกหักซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นใคร แต่ทันทีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อที่ เมืองดูไบ ทำให้เป็นการส่งสัญญาณที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น นอกจากนี้ ให้จับตาดูหลังวันที่ 5 ธ.ค.นี้ สถานการณ์จะมีความรุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังได้วิเคราะห์การประชุมสภาในวันนี้ โดยบางส่วนเห็นว่าไม่น่ามีอะไรเกิดขึ้น เพราะกลุ่ม พันธมิตรฯส่วนใหญ่ อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว แต่ส.ส.บางส่วนก็เห็นว่า กลุ่มพันธมิตรฯจะปิดล้อมสภาอีกรอบ

ผู้ตั้งกระทู้ พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2008-11-26 21:57:28 IP : 124.121.137.208


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2944260)

นิด้าแนะเหล่าทัพตั้ง รบ.แห่งชาติ หลังคดียุบพรรค

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  30 พฤศจิกายน 2551 13:51 น.

                                                      

 

เครือข่ายนิด้า ออกแถลงการณ์ต่อต้านความรุนแรงสลายผู้ชุมนุม หวั่นจลาจล วอนรัฐบาลฆาตกรหยุดระดมมวลชนต้านพันธมิตรฯ เสนอเหล่าทัพจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว ให้จอมทัพพิจารณา หลัง 3 พรรคถูกคำสั่งยุบ
       
       
วันนี้ (30 พ.ย.) ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เครือข่าย คณาจารย์ สมาคมพัฒนาสังคม นักศึกษา และภาคีวิชาการ คณะพัฒนาสังคมฯ (นิด้า) ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ ต่อต้านการใช้ความรุนแรง และเสนอทางออกของสถานการณ์การเมืองไทยโดยระบุว่า จากกรณีรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่การสลายการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอาจเกิดความรุนแรงก่อให้เกิดการเสียชีวิตเลือดเนื้อในวงกว้าง มากไปกว่านี้ และหากปล่อยให้สถานการณ์การเมืองเป็นเช่นนี้ มีแนวโน้มจะเกิดจลาจลได้ รังแต่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมหาศาล
       
       
เครือข่ายนิด้าพัฒนาการเมือง ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ สมาคมพัฒนาสังคม นักศึกษาเก่า นักศึกษาปัจจุบันและภาคีวิชาการ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และเครือข่ายภาคประชาชนอื่นๆ เห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มให้เกิดจลาจลในสังคม จึงมีข้อเสนอในเชิงรูปธรรม 5 ประการ ดังนี้
       
       1.
ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้รับผิดชอบในการสลายการชุมนุม ยุติการใช้ความรุนแรงในการควบคุมหรือสลายการชุมนุมทุกรูปแบบ
       
       2.
ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน รักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ โดยยึดหลักเหตุผล มีสติ และด้วยความเมตตา พร้อมกับปฏิบัติกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มองประชาชนว่าเป็นศัตรู
       
       3.
ขอให้ทุกฝ่ายยุติการระดมจัดตั้งมวลชน มาเผชิญหน้าในลักษณะท้าท้าย ฝ่ายตรงข้าม
       
       4.
ขอเสนอให้สื่อมวลชนทุกแขนงทำหน้าที่รายงานสถานการณ์ด้วยความเที่ยงตรง ไม่เอียงในลักษณะสร้างความร้าวฉาน
       
       5.
หากมีการพิจารณาตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย ถือเป็นความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะหาทางออกให้กับประเทศในกรณีนี้ เครือข่ายนิด้าพัฒนาการเมืองและภาคี จึงขอเสนอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว โดยทั้ง 4 เหล่าทัพเสนอให้เป็นพระราชอำนาจของจอมทัพต่อไป สร้างความสงบสุขกลับมาอีกครั้ง
       
       
เครือข่ายนิด้าพัฒนาการเมืองและภาคีวิชาการ ขอย้ำว่า ความรุนแรงไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากฝ่ายใดก็ตามไม่ใช่ทางออกของปัญหาที่กำลังวิกฤตในขณะนี้ มีแต่จะสร้างความเสียหายและทวีความแตกแยกให้กับสังคมไทย
       
       
ผู้ประสานงาน
       
       
ดร.วิชัย รูปขำดี ผู้อำนวยการศูนย์นิด้าโพลล์ ประธานเครือข่ายฯ
       
ศ.ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ ผู้ทรงคุณวุฒิ
       
รศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ผอ.ศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
       
อ.ประเสริฐ รักไทยดี อาจารย์ประจำคณะพัฒนาสังคมฯ นิด้า
       
อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
       
นายอนันต์ กาญจนสุวรรณ ประธานสหพันธ์พรรคเล็ก
       
นายพรพัฒน์ รังสิโย อดีตประธานกลุ่มสหภาพรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย
       
นักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

- - - - - - - - - - - - - - - - - -

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

3011511933

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2008-11-30 19:33:12 IP : 124.121.135.203


ความคิดเห็นที่ 2 (2944789)

ชายม่านรูด! เจอดีสตรีล่าชื่อถอดถอนครบ ตั้ง 4 ข้อหาฉกรรจ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2551 15:56 น.

 

นักวิชาการสตรีล่าชื่อถอดถอน สมชายเกิน 2 หมื่นแล้ว เตรียมยื่น ปธ.วุฒิฯ ส่ง ป.ป.ช.ฟัน ตั้ง 4 ข้อหาฉกรรจ์ ฐานเลือดเย็นสั่งเข่นฆ่าผู้ชุมนุมในเหตุการณ์ 7 ตุลาทมิฬ และใช้เวลาราชการหิ้วสาวเข้าม่านรูด
       
       
วันนี้ (1 ธ.ค.) นางมณฑา เก่งการพานิช อ.ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากการที่กลุ่มพวกตนได้แสดงเจตจำนงในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง ต่อประธานวุฒิสภา ขณะนี้คณะทำงานซึ่งนำโดยนางจิราพร ลิ้มปานานนท์ อ.ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำรวบรวมรายชื่อประชาชนได้ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดแล้วจำนวน 24,900 คน จึงได้กำหนดนัดยื่นต่อนาย ประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ในวันที่ 2 ธ.ค.เวลา 11.00 น.โดยจะมีการนำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นประกอบด้วย
       
       
นางมณฑา กล่าวว่า ทางคณะได้ตั้งข้อกล่าวหานายสมชายไว้ 4 ข้อกล่าวหา คือ 1.ส่อว่าทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ 2.ส่อว่าทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม 3.ส่อว่าใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและ 4.ส่อว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยข้อกล่าวหาดังกล่าวมาจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา และกรณีคลิปฉาว ซึ่งถือว่าผิดจริยธรรมและใช้เวลาราชการไปประพฤติในสิ่งที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมด้วย โดยหลังจากที่ประธานวุฒิสภาตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนแล้วก็จะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป

- - - - - - - - - - - - - - - - - -

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

0112511811

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2008-12-01 18:11:11 IP : 124.121.144.87


ความคิดเห็นที่ 3 (2945179)

ปลัด สปน.ประเมินความเสียหายทำเนียบกว่าร้อยล้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   2 ธันวาคม 2551 11.45 น.

                                                                                                              

 

นายนัที เปรมรัศมี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จะนำเสนอเรื่องข้อเรียกร้องของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 2 ข้อ คือ ให้ถอนคดีฟ้องร้องคดีแพ่งขอคุ้มครองพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกนอกทำเนียบ และไม่ให้เอาผิดทางแพ่งหรือทางอาญากับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งเบื้องต้นจากการประเมินมูลค่าความเสียหายน่าจะมากกว่าร้อยล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะเรียกร้องดังกล่าว แต่ยังไม่ได้มีการย้ายออกมาจริง ยังคงมีการด์พันธมิตรฯ คุมอยู่ในบริเวณดังกล่าว
       
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จากการประเมินมูลค่าความเสียหายเฉพาะการปรับภูมิทัศน์รอบทำเนียบรัฐบาล จำนวน 25 ล้านบาท รถถ่ายทอดสัญญาณดาวเทียม 2 คัน จำนวนกว่า 50 ล้านบาท สำหรับทำเนียบรัฐบาล หากจะเข้าไปสำรวจ จะต้องเข้าไปตรวจพร้อมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งตำรวจสันติบาล และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไปสำรวจด้วย

- - - - - - - - - - - - - - - - - -                                                                    

พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ

นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

โทร. 02-990-0331

http://www.apdi2002.com

http://www.youtube.com พิมพ์ apdi. หรือ สมาคมคนพิการ

0212511245

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ (apdmajor1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2008-12-02 12:45:07 IP : 124.121.138.144



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.